นิวคาสเซิลเปิดเซนต์ เจมส์ พาร์กรับลิเวอร์พูล นัดแรกพรีเมียร์ลีก เจ้าถิ่นหวังหยุดฟอร์มแกว่ง ส่วนหงส์แดงลุ้นเกมรุกชุดใหม่พาทีมคว้าสามแต้ม #บ้านผลบอลวันนี้
นัดเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกที่เซนต์ เจมส์ พาร์กมีแรงกดดันรออยู่ทั้งสองฝั่ง นิวคาสเซิลเข้าสู่ยุคใหม่ของมัทธีอัส ไยส์เลอ หลังผลงานช่วงปรีซีซันยังแกว่งและเกมรับเสียประตูต่อเนื่อง ขณะที่ลิเวอร์พูลของอันโดนี อิราโอลาเริ่มเห็นภาพฟุตบอลเกมรุกที่รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมเกมระหว่างโฟลเรียน เวียร์ตซ์กับอเล็กซานเดอร์ อิซัค เจ้าถิ่นยังได้เปรียบจากเสียงเชียร์และสถิติเปิดฤดูกาลที่เหนียวแน่น แต่การเปลี่ยนแปลงแดนกลางรวมถึงการขาดโจเอลินตอนทำให้การรับมือเกมเพรสของหงส์แดงไม่ใช่งานง่าย ราคาเปิดให้ลิเวอร์พูลต่อครึ่งลูกสะท้อนว่าตลาดยังให้น้ำหนักคุณภาพทีมเยือนมากกว่า ส่วนเส้นสูง-ต่ำที่ 3-3.5 ประตูบอกถึงโอกาสเห็นเกมเปิดแลก เพราะนิวคาสเซิลมีทั้งประตูได้และเสียอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แนวรุกลิเวอร์พูลมีผู้เล่นที่สร้างจังหวะอันตรายได้หลายตำแหน่ง หากเจ้าบ้านเปิดพื้นที่มากเกินไป เกมสวนกลับของทีมเยือนสามารถเปลี่ยนรูปเกมได้ทันที แต่ถ้านิวคาสเซิลใช้พลังจากเซนต์ เจมส์ พาร์กกดดันตั้งแต่ต้น เกมนี้ก็มีโอกาสเดินหน้าแลกกันสนุกตลอดเก้าสิบนาที
วันที่แข่งขัน: วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2026 เวลา 22:30 น. ตามเวลาไทย
สนาม: เซนต์ เจมส์ พาร์ก
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 1 ฤดูกาล 2026/27
⚽ คู่แข่งขัน: นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล
ราคาเอเชียนแฮนดิแคป: ลิเวอร์พูล ต่อ 0.5
ราคาสูง-ต่ำ: 3-3.5 ประตู
ราคา 1X2: นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ชนะ 3.74 | เสมอ 4.16 | ลิเวอร์พูล ชนะ 1.97
ราคาสูง 2.5: 1.42 | ราคาต่ำ 2.5: 2.61
#ผลบอลสดล่าสุด
พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026/27 เปิดฉากที่เซนต์ เจมส์ พาร์กด้วยเกมที่น่าจับตาไม่น้อย เมื่อ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของมัทธีอัส ไยส์เลอ ต้องเปิดบ้านรับ ลิเวอร์พูล ยุคใหม่ของอันโดนี อิราโอลา สองทีมต่างมีการเปลี่ยนแปลงจากฤดูกาลก่อน แต่บรรยากาศก่อนลงสนามแตกต่างกันชัดเจน เจ้าถิ่นยังต้องหาความลงตัวหลังเสียกำลังหลักหลายคน ขณะที่ทีมเยือนเริ่มเห็นทิศทางเกมรุกที่ชัดขึ้นในช่วงท้ายของการเตรียมทีม
นิวคาสเซิลจบฤดูกาลก่อนเพียงอันดับ 12 ก่อนเดินหน้าเปลี่ยนโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ ช่วงปรีซีซันจึงเป็นเหมือนช่วงทดลองของไยส์เลอมากกว่าจะเป็นทีมที่ลงตัวแล้ว ผลการแข่งขันยิ่งสะท้อนปัญหา เพราะห้านัดล่าสุดแพ้ถึงสี่เกม และเสียรวม 12 ประตู ที่น่ากังวลกว่านั้นคือทั้งห้านัดมีประตูเกิดขึ้นจากทั้งสองฝั่งทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าเกมรุกยังพอหาโอกาสได้ แต่แนวรับเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเล่นงานง่ายเกินไป
การขาดโจเอลินตอนจากอาการเจ็บโคนขาหนีบยิ่งทำให้แดนกลางเจ้าบ้านเสียทั้งพลังปะทะและความสามารถในการไล่กดดันคู่แข่ง ขณะที่ติโน ลิฟราเมนโตยังอยู่ระหว่างฟื้นตัวจากปัญหาน่อง นั่นหมายความว่าผู้เล่นใหม่หลายรายอาจต้องรับบทสำคัญทันทีตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล ทั้งอามาร์ เดดิชและฌอน สเตอรมีโอกาสถูกส่งลงสนามตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม การมาเยือนเซนต์ เจมส์ พาร์กไม่เคยเป็นงานสบาย นิวคาสเซิลยิงและเสียประตูในเกมพรีเมียร์ลีกที่สนามแห่งนี้มาแล้วเจ็ดนัดติดต่อกัน และยังไม่แพ้เกมเปิดฤดูกาลสี่ครั้งหลังสุด จุดนี้ทำให้ลิเวอร์พูลต้องระวังช่วงต้นเกมเป็นพิเศษ เพราะเสียงเชียร์และพลังของเจ้าถิ่นสามารถเร่งจังหวะการแข่งขันให้เร็วขึ้นได้ หากทีมเยือนเสียบอลในพื้นที่กลางสนาม เกมสวนกลับจากแอนโธนี เอลังกา ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และโยอัน วิสซามีโอกาสสร้างปัญหาได้ทันที
ฝั่งลิเวอร์พูล ภาพการเล่นในช่วงปรีซีซันภายใต้แนวทางของอิราโอลาเริ่มมีความดุดันมากขึ้น หกเกมเตรียมทีมมีประตูเกิดขึ้นรวมถึง 20 ลูก และแม้แนวรับจะเสียถึงเก้าประตูในสี่เกมแรก แต่สองเกมหลังกับโคโมสามารถรักษาคลีนชีตได้ การมีโฟลเรียน เวียร์ตซ์คอยสร้างสรรค์เกมด้านหลังอเล็กซานเดอร์ อิซัคช่วยให้แนวรุกมีทั้งการจ่ายทะลุช่อง การเคลื่อนที่ระหว่างแนว และการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
จุดที่หงส์แดงยังต้องระวังคือสภาพแนวรับซึ่งมีผู้เล่นบาดเจ็บหลายคน รวมถึงคอเนอร์ แบรดลีย์ โจวานนี เลโอนี โจ โกเมซ และอูโก เอกิติเกที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ขณะที่แดนกลางมีแนวโน้มใช้ไรอัน กราเฟนแบร์กจับคู่โดมินิก โซโบซไล หลังอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์เพิ่งกลับมาและเคอร์ติส โจนส์มีทั้งปัญหาความฟิตกับเรื่องอนาคตของตัวเอง
ภาพรวมจึงเป็นเกมที่ลิเวอร์พูลมีคุณภาพและความลงตัวในแนวรุกเหนือกว่า แต่โอกาสที่เจ้าบ้านจะมีประตูก็ยังสูงจากทั้งสถิติในบ้านและปัญหาแนวรับของทีมเยือน หากนิวคาสเซิลต้านแรงกดดันช่วงแรกไม่อยู่ เกมอาจเปิดพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นเป็นสถานการณ์ที่ตัวรุกของลิเวอร์พูลถนัดที่สุด
| หัวข้อ | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | ลิเวอร์พูล |
|---|---|---|
| ผลงาน 15 นัดล่าสุด | ชนะ 4 นัด | ชนะ 6 นัด |
| ผลงาน 5 นัดล่าสุด | ชนะ 1 แพ้ 4 | ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 |
| ยิงรวม 5 นัดล่าสุด | 6 ประตู | 7 ประตู |
| เสียรวม 5 นัดล่าสุด | 12 ประตู | 7 ประตู |
| ฟอร์มชุดล่าสุดจากข้อมูลการแข่งขัน | แพ้ แพ้ แพ้ ชนะ แพ้ | ชนะ เสมอ แพ้ แพ้ ชนะ |
| ผลงานเกมเหย้าและเยือนชุดล่าสุด | แพ้ แพ้ แพ้ ชนะ ชนะ | แพ้ แพ้ ชนะ แพ้ แพ้ |
| ทีม | สูง 1.5 | สูง 2.5 | สูง 3.5 | ยิงเฉลี่ย | เสียเฉลี่ย |
|---|---|---|---|---|---|
| นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | 100% | 63% | 38% | 1.50 | 1.63 |
| ลิเวอร์พูล | 75% | 50% | 50% | 1.63 | 1.88 |
| วันที่ | รายการ | เจ้าบ้าน | สกอร์ | ทีมเยือน |
|---|---|---|---|---|
| 31 ม.ค. 2026 | พรีเมียร์ลีก | ลิเวอร์พูล | 4-1 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด |
| 25 ส.ค. 2025 | พรีเมียร์ลีก | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | 2-3 | ลิเวอร์พูล |
| 16 มี.ค. 2025 | อีเอฟแอล คัพ | ลิเวอร์พูล | 1-2 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด |
| 26 ก.พ. 2025 | พรีเมียร์ลีก | ลิเวอร์พูล | 2-0 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด |
| 4 ธ.ค. 2024 | พรีเมียร์ลีก | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | 3-3 | ลิเวอร์พูล |
ภาพรวมการเจอกันห้าครั้งล่าสุดยังเป็นลิเวอร์พูลที่ทำได้ดีกว่า หลังเก็บชัยชนะสามนัด ขณะที่นิวคาสเซิลชนะหนึ่งครั้งและเสมอหนึ่งครั้ง จุดที่น่าสนใจคือเกมระหว่างสองทีมมักมีประตูเกิดขึ้นสูง โดยห้านัดดังกล่าวยิงรวมกันถึง 21 ประตู เฉลี่ย 4.2 ประตูต่อเกม และมีถึงสี่นัดที่ทั้งสองฝ่ายทำประตูได้ นอกจากนี้การเจอกันสองครั้งล่าสุดที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก จบด้วยสกอร์ 2-3 และ 3-3 ยิ่งสะท้อนว่าการพบกันในบ้านของนิวคาสเซิลมักเปิดพื้นที่ให้เกมรุกทำงานได้เต็มที่
| วันที่ | เจ้าบ้าน | สกอร์ | ทีมเยือน | ผล |
|---|---|---|---|---|
| 16 ส.ค. 2026 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | 1-2 | สตราสบูร์ก | แพ้ |
| 15 ส.ค. 2026 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | 1-2 | ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน | แพ้ |
| 12 ส.ค. 2026 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | 1-3 | เอฟเวอร์ตัน | แพ้ |
| 8 ส.ค. 2026 | บาเลนเซีย | 1-2 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | ชนะ |
| 29 ก.ค. 2026 | บริสตอล ซิตี้ | 4-1 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | แพ้ |
นิวคาสเซิลชนะเพียงหนึ่งจากห้านัดล่าสุดและแพ้ถึงสี่เกม ยิงได้ 6 ประตูแต่เสียถึง 12 ประตู สิ่งที่เห็นชัดคือทีมยังพอสร้างโอกาสและมีประตูได้ต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถรักษาความแน่นอนในแดนหลังได้เลย ทั้งห้าเกมมีประตูจากทั้งสองฝั่งทั้งหมด และสี่นัดจากห้าเกมเจ้าถิ่นเสียอย่างน้อยสองประตู หากแนวรับยังเปิดพื้นที่ในลักษณะเดิม การเจอกับแนวรุกที่มีความเร็วและการเคลื่อนที่หลากหลายของลิเวอร์พูลจะเป็นบททดสอบที่หนักทันที
| วันที่ | เจ้าบ้าน | สกอร์ | ทีมเยือน | ผล |
|---|---|---|---|---|
| 16 ส.ค. 2026 | ลิเวอร์พูล | 2-0 | โคโม | ชนะ |
| 16 ส.ค. 2026 | ลิเวอร์พูล | 0-0 | โคโม | เสมอ |
| 9 ส.ค. 2026 | ลิเวอร์พูล | 2-3 | โมนาโก | แพ้ |
| 2 ส.ค. 2026 | ลิเวอร์พูล | 2-4 | ลีดส์ ยูไนเต็ด | แพ้ |
| 29 ก.ค. 2026 | ลิเวอร์พูล | 1-0 | เร็กซ์แฮม | ชนะ |
ลิเวอร์พูลมีผลงานห้านัดล่าสุดชนะสอง เสมอหนึ่ง และแพ้สอง ยิงได้ 7 ประตูและเสีย 7 ประตู แม้ภาพรวมยังไม่ถึงขั้นไร้ที่ติ แต่สองเกมล่าสุดกับโคโมสะท้อนสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะสามารถรักษาคลีนชีตได้ทั้งสองเกม หลังจากก่อนหน้านั้นเสียรวมเจ็ดประตูในเกมกับลีดส์และโมนาโก หากแนวรับรักษาความนิ่งต่อเนื่องได้พร้อมกับให้เวียร์ตซ์และอิซัคสร้างความแตกต่างในแดนหน้า โอกาสที่หงส์แดงจะควบคุมเกมที่เซนต์ เจมส์ พาร์กมีสูงขึ้นมาก
| ทีม | นักเตะ | สถานะ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | โจเอลินตอน | พลาดเกม | มีอาการบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบ คาดว่าต้องพักประมาณสองสัปดาห์ |
| นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | ติโน ลิฟราเมนโต | ยังไม่สมบูรณ์ | ยังอยู่ระหว่างฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บน่อง ทำให้อามาร์ เดดิชมีโอกาสออกสตาร์ต |
| ลิเวอร์พูล | คอเนอร์ แบรดลีย์ | พลาดเกม | ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บเข่าระยะยาว |
| ลิเวอร์พูล | โจวานนี เลโอนี | พลาดเกม | ยังไม่พร้อมกลับมาจากอาการบาดเจ็บเข่าระยะยาว |
| ลิเวอร์พูล | อูโก เอกิติเก | พลาดเกม | อยู่ระหว่างฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย |
| ลิเวอร์พูล | โจ โกเมซ | มีแนวโน้มพลาดเกม | มีปัญหากล้ามเนื้อครั้งใหม่ในช่วงปรีซีซันและยังอยู่ระหว่างฟื้นตัว |
| ลิเวอร์พูล | เคอร์ติส โจนส์ | ไม่น่ามีส่วนร่วม | มีปัญหาบริเวณสะโพกและอยู่ท่ามกลางความเคลื่อนไหวเรื่องอนาคตของตัวเอง |
| ลิเวอร์พูล | อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ | ต้องเช็กความฟิต | เพิ่งกลับเข้าสู่ทีมหลังภารกิจฟุตบอลโลก จึงอาจเริ่มต้นบนม้านั่งสำรอง |
ปัญหาสำคัญของนิวคาสเซิลอยู่ที่แดนกลาง เมื่อการขาดโจเอลินตอนทำให้ทีมเสียผู้เล่นที่ช่วยทั้งการปะทะ การไล่บอล และการพาบอลผ่านพื้นที่กดดัน ส่วนลิเวอร์พูลมีรายชื่อผู้เล่นไม่พร้อมมากกว่า โดยเฉพาะแนวรับ แต่แกนหลักในเกมรุกยังมีตัวเลือกคุณภาพเพียงพอสำหรับเดินหน้าเล่นฟุตบอลตามแนวทางของอันโดนี อิราโอลา
| ตำแหน่ง | นักเตะ |
|---|---|
| ผู้รักษาประตู | ลูคัส ฮอร์นิเช็ก |
| กองหลัง | อามาร์ เดดิช, มาลิค เทียว, สเวน บอตมัน, ลูอิส ฮอลล์ |
| กองกลาง | เจค็อบ แรมซีย์, ฌอน สเตอร |
| แนวรุก | แอนโธนี เอลังกา, โยอัน วิสซา, ฮาร์วีย์ บาร์นส์ |
| กองหน้า | วิลเลียม โอซูลา |
นิวคาสเซิลมีแนวโน้มวางระบบ 4-2-3-1 โดยโยอัน วิสซารับบทเชื่อมเกมด้านหลังกองหน้า ความเร็วของเอลังกากับบาร์นส์จะเป็นอาวุธสำคัญสำหรับโจมตีพื้นที่ด้านข้าง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าบ้านแย่งบอลกลับมาแล้วต้องเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว
| ตำแหน่ง | นักเตะ |
|---|---|
| ผู้รักษาประตู | อลิสซง เบ็คเกอร์ |
| กองหลัง | เจเรมี ฟริมปง, เฌเรมี ฌาเกต์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มิลอส เคอร์เคซ |
| กองกลาง | ไรอัน กราเฟนแบร์ก, โดมินิก โซโบซไล |
| แนวรุก | ริโอ เอ็นกูโมฮา, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, โคดี กัคโป |
| กองหน้า | อเล็กซานเดอร์ อิซัค |
ลิเวอร์พูลมีแนวโน้มใช้ 4-2-3-1 เช่นกัน กราเฟนแบร์กกับโซโบซไลคุมพื้นที่กลางสนาม ขณะที่เวียร์ตซ์มีอิสระหาช่องระหว่างแดนกลางกับแนวรับเจ้าบ้าน จุดที่น่าจับตาคือการประสานงานกับอิซัค หากนิวคาสเซิลดันแนวรับสูง การเคลื่อนที่ของกองหน้าลิเวอร์พูลสามารถเปิดพื้นที่ให้กัคโปและเอ็นกูโมฮาสอดเข้ามาจบสกอร์ได้
| ตลาด | ราคา | มุมวิเคราะห์ |
|---|---|---|
| เอเชียนแฮนดิแคป | ลิเวอร์พูล ต่อ 0.5 | ลิเวอร์พูลเหนือกว่าทั้งคุณภาพเกมรุกและฟอร์มช่วงท้ายปรีซีซัน ขณะที่นิวคาสเซิลแพ้ 4 จาก 5 นัดล่าสุดและเสียถึง 12 ประตู ราคาเพียงครึ่งลูกจึงยังมีพื้นที่ให้ลุ้นทีมเยือนเก็บสามแต้ม |
| สูง-ต่ำ | 3-3.5 | สถิติการพบกันห้านัดล่าสุดมีประตูรวม 21 ลูก และสี่เกมมีอย่างน้อยสามประตู อย่างไรก็ตามเส้นถูกตั้งสูงถึง 3-3.5 จึงต้องการอย่างน้อยสี่ประตูเพื่อกินเต็ม ฝั่งสูงยังน่าสนใจแต่ความเสี่ยงมากกว่าราคาต่อ |
| 1X2 | 3.74 | 4.16 | 1.97 | ราคาชนะของลิเวอร์พูลที่ 1.97 แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนถูกมองเป็นต่ออย่างชัดเจน แม้ต้องออกมาเล่นที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก |
| สูง 2.5 | 1.42 | ตลาดให้น้ำหนักเกมที่มีอย่างน้อยสามประตูค่อนข้างสูง สอดคล้องกับฟอร์มเกมรับของนิวคาสเซิลและสถิติการพบกันช่วงหลัง |
| ทั้งสองทีมทำประตู | มี 1.42 | ไม่มี 2.69 | นิวคาสเซิลยิงได้ในห้าเกมล่าสุดทุกนัด ขณะที่สถิติในบ้านมีทั้งยิงและเสียต่อเนื่อง จึงมีโอกาสเห็นประตูจากทั้งสองฝั่ง |
หากเลือกมุมหลัก ราคา ลิเวอร์พูล ต่อ 0.5 ดูน่าเล่นกว่าการไล่สูง 3-3.5 เพราะทีมเยือนต้องการเพียงชัยชนะก็ผ่านราคา ขณะที่ฝั่งสูงจำเป็นต้องเห็นเกมเปิดจนมีอย่างน้อยสี่ประตูจึงจะได้เต็ม จุดอ่อนเกมรับของนิวคาสเซิลทำให้ลิเวอร์พูลมีโอกาสสร้างจังหวะจบได้มาก แต่เจ้าบ้านเองก็มีศักยภาพพอจะตอบโต้และทำประตูในสนามของตัวเอง
| คู่แข่งขัน | สกอร์คาด | ฟันธง | เหตุผล | ความมั่นใจ |
|---|---|---|---|---|
| นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล | 1-3 |
ลิเวอร์พูล ต่อ 0.5
สูง 3-3.5 ทั้งสองทีมทำประตู |
นิวคาสเซิลมีโอกาสอาศัยเสียงเชียร์และความเร็วของแนวรุกสร้างประตูได้ แต่ปัญหาหลักคือเกมรับที่เสียถึง 12 ลูกจากห้านัดล่าสุด เมื่อต้องเจอกับเวียร์ตซ์ อิซัค กัคโป และเอ็นกูโมฮา พื้นที่หลังแนวรับอาจถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ลิเวอร์พูลจึงมีภาษีเก็บสามแต้มมากกว่า ส่วนรูปเกมมีโอกาสเปิดหลังประตูแรกทำให้สกอร์สามารถขยับไปถึงสี่ประตูได้ |
★★★★☆
4 ดาว |
ทีเด็ดหลัก: ลิเวอร์พูล ต่อ 0.5
มุมประตู: สูง 3-3.5
ทั้งสองทีมทำประตู: มี
สกอร์ที่คาด: นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-3 ลิเวอร์พูล
#ผลบอลสดล่าสุด