ภาพรวมก่อนเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แมนเชสเตอร์ดาร์บีเที่ยวนี้มาพร้อมกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันพอสมควร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเริ่มฤดูกาลด้วยความหวัง แต่ผลงานสามเกมแรกในพรีเมียร์ลีกกลับยังไม่ตอบโจทย์ เก็บได้เพียงสี่คะแนนจากโปรแกรมที่บนหน้ากระดาษควรทำได้ดีกว่านี้ ปีศาจแดงเริ่มจากบุกแพ้ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 ก่อนคืนฟอร์มถล่มอิปสวิช ทาวน์ 5-2 แล้วมาสะดุดอีกครั้งด้วยการเสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2 ทั้งที่คู่แข่งมีผู้เล่นชุดใหญ่พร้อมใช้งานเพียง 18 คน
เกมกับเอฟเวอร์ตันเหมือนจะอยู่ในมือ แต่ลูกยิงตีเสมอสุดเหลือเชื่อของเอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์สทำให้สองคะแนนหลุดลอย แมนฯ ยูไนเต็ดจึงเสียสองประตูครบทั้งสามนัดแรกของฤดูกาล เป็นเพียงครั้งที่สองในรอบ 50 ปีที่แนวรับของพวกเขาเริ่มเกมลีกสามนัดด้วยการโดนอย่างน้อยนัดละสองลูก อย่างไรก็ตาม ครั้งก่อนที่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันในฤดูกาล 2020-21 ปีศาจแดงยังจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ จึงเร็วเกินไปที่จะตื่นตระหนก
สิ่งที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในแคมป์คือชัยชนะเหนือซาบาห์ 4-0 ในแชมเปียนส์ลีก นอกจากจะเป็นเกมที่สามติดต่อกันซึ่งลูกทีมของไมเคิล คาร์ริคยิงได้มากกว่าหนึ่งประตูแล้ว ยังเป็นคลีนชีตแรกของฤดูกาลด้วย ชัยชนะนัดนี้มาถูกเวลา เพราะอย่างน้อยแนวรับได้เรียกความมั่นใจก่อนต้องเผชิญหน้าฮาลันด์และแนวรุกของทีมจ่าฝูง
ฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะสามนัดรวด เกมล่าสุดเฉือนโคเวนทรี ซิตี้ 1-0 จากลูกโหม่งตามแบบฉบับของเออร์ลิง ฮาลันด์ แม้ยิงได้เพียงประตูเดียว แต่ประตูรวมยังมากพอให้เรือใบสีฟ้าเบียดอาร์เซนอลขึ้นนำบนตาราง หลังจากนั้นทีมของเอ็นโซ มาเรสกายังต่อยอดด้วยการบุกชนะปอร์โต้ 2-0 โดยฮาลันด์ทำคนเดียวสองประตู เพิ่มสถิติเป็น 42 ประตูจาก 39 นัดในรอบแบ่งกลุ่มหรือรอบลีกของแชมเปียนส์ลีก
ถึงหน้าเสื่อจะยกให้แมนฯ ซิตี้ดูดีกว่า แต่ดาร์บีคู่นี้ไม่ได้เดินตามบทเสมอไป เรือใบสีฟ้าชนะเพียงหนึ่งจากสี่เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุดที่พบแมนฯ ยูไนเต็ด ส่วนการมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ดครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ 0-2 ยิ่งคาร์ริคชนะถึงเก้าจากสิบเกมเหย้าในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่กลับมาคุมทีมรอบสอง บรรยากาศในโรงละครแห่งความฝันจึงพร้อมเปลี่ยนเกมนี้ให้สูสีตั้งแต่นาทีแรก
บทวิเคราะห์รูปเกม
รูปเกมน่าจะเริ่มจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ครองบอลมากกว่า เอ็นโซ เฟร์นันเดซมีหน้าที่เชื่อมบอลจากแนวรับขึ้นสู่แดนกลาง โดยมีเอลเลียต แอนเดอร์สันช่วยควบคุมจังหวะ ก่อนกระจายออกด้านข้างให้เซเมนโยกับเอ็นดิอาย ส่วนแชร์กีจะหาพื้นที่ระหว่างแผงมิดฟิลด์และแนวรับเจ้าบ้าน เพื่อเปิดช่องให้ฮาลันด์เข้าจบสกอร์
จุดที่ปีศาจแดงต้องระวังไม่ใช่เพียงการประกบฮาลันด์ในกรอบเขตโทษ เพราะหากขยับเซ็นเตอร์แบ็กเข้าไปหาเขามากเกินไป ช่องด้านข้างจะเปิดให้ตัวรุกคนอื่นสอดขึ้นมา แมนฯ ยูไนเต็ดจึงต้องรักษาระยะระหว่างแฮร์รี แม็กไกวร์กับลิซานโดร มาร์ติเนซให้ดี พร้อมอาศัยเมนูกับตีเลอมันส์ช่วยปิดทางจ่ายบอลจากหน้ากรอบ
ขณะที่เกมรุกเจ้าถิ่นมีจุดขายตรงความเร็วของไบรอัน เอ็มเบอโม่และมาเตอุส คุนญา หากแมนฯ ซิตี้ดันฟูลแบ็กสูง ทั้งคู่จะมีพื้นที่ให้เล่นงานทันที บรูโน่ แฟร์นันด์สจึงเป็นกุญแจสำคัญในการจ่ายบอลแรกหลังแย่งบอลได้ ส่วนเบนจามิน เชชโกต้องพักบอลและดึงตัวประกบ เพื่อเปิดทางให้เพื่อนเติมขึ้นมาจบสกอร์
ประตูแรกจะเปลี่ยนรูปเกมอย่างมาก หากเรือใบสีฟ้าขึ้นนำเร็ว พวกเขาจะมีโอกาสคุมจังหวะและล่อให้เจ้าบ้านเปิดพื้นที่ แต่ถ้าปีศาจแดงเป็นฝ่ายได้เฮก่อน เสียงเชียร์ในโอลด์ แทรฟฟอร์ดจะยิ่งเพิ่มความกดดันให้ทีมเยือน และสถานการณ์อาจคล้ายการพบกันครั้งก่อนที่ลูกทีมของคาร์ริคเอาชนะได้ 2-0
อย่างไรก็ดี ทั้งสองทีมต่างมีเกมรุกที่ผลิตโอกาสได้ต่อเนื่อง โดยยิงตรงกรอบทีมละ 19 ครั้งจากสามเกมลีกแรก มากที่สุดร่วมกันในพรีเมียร์ลีก ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดเสียเฉลี่ย 1.63 ประตูจากแปดนัดหลัง และแมนฯ ซิตี้ยิงเฉลี่ยสองประตู รูปเกมจึงมีโอกาสเปลี่ยนจากการชิงจังหวะในช่วงต้นไปเป็นการเปิดแลกเมื่อมีประตูแรก มองแล้วทั้งสองฝ่ายมีอาวุธมากพอจะทำร้ายกันและแบ่งแต้มด้วยสกอร์ 2-2
สถิติเปรียบเทียบทั้งสองทีม
| ชุดสถิติ |
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
| 15 นัดล่าสุด |
ชนะ 9 เสมอ 3 แพ้ 3 |
ชนะ 10 เสมอ 2 แพ้ 3 |
| 5 นัดล่าสุด |
ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 |
ชนะ 4 แพ้ 1 |
| เกมเหย้า–เกมเยือน 5 นัดล่าสุด |
เกมเหย้า ชนะ 3 แพ้ 2 |
เกมเยือน ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 |
| ผลงานพรีเมียร์ลีกสามนัดแรก |
ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บ 4 คะแนน |
ชนะ 3 นัด เก็บ 9 คะแนนเต็ม |
| ยิงตรงกรอบในพรีเมียร์ลีก |
19 ครั้ง |
19 ครั้ง |
สถิติการทำประตูจาก 8 นัดล่าสุด
| ทีม |
สูงกว่า 1.5 |
สูงกว่า 2.5 |
สูงกว่า 3.5 |
ยิงเฉลี่ย |
เสียเฉลี่ย |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
100% |
75% |
50% |
2.38 ประตู |
1.63 ประตู |
| แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
88% |
75% |
38% |
2.00 ประตู |
1.13 ประตู |
เฮดทูเฮด 5 นัดล่าสุด
| วันที่ |
รายการ |
คู่แข่งขัน |
ผลการแข่งขัน |
| 17 มกราคม 2569 |
พรีเมียร์ลีก |
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
2-0 |
| 14 กันยายน 2568 |
พรีเมียร์ลีก |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
3-0 |
| 6 เมษายน 2568 |
พรีเมียร์ลีก |
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
0-0 |
| 15 ธันวาคม 2567 |
พรีเมียร์ลีก |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
1-2 |
| 10 สิงหาคม 2567 |
คอมมิวนิตี้ ชิลด์ |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
2-1 |
ห้านัดล่าสุดแบ่งกันชนะทีมละสองครั้งและเสมอหนึ่งครั้ง โดยยิงได้ฝ่ายละหกประตู อย่างไรก็ตาม หากนับเฉพาะพรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะเพียงหนึ่งจากสี่ครั้งหลังสุดที่พบกัน ส่วนการดวลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดหนล่าสุดจบลงด้วยชัยชนะ 2-0 ของปีศาจแดง
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
| วันที่ |
คู่แข่งขัน |
ผลการแข่งขัน |
ผลงาน |
| 6 กันยายน 2569 |
เอฟเวอร์ตัน พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
2-2 |
เสมอ |
| 30 สิงหาคม 2569 |
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อิปสวิช ทาวน์ |
5-2 |
ชนะ |
| 22 สิงหาคม 2569 |
ฮัลล์ ซิตี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
2-0 |
แพ้ |
| 15 สิงหาคม 2569 |
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เอซี มิลาน |
2-4 |
แพ้ |
| 12 สิงหาคม 2569 |
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด |
2-1 |
ชนะ |
ผลงานห้านัดในชุดสถิติของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ที่ชนะสอง เสมอหนึ่ง และแพ้สอง ยิงได้ 11 ประตู แต่ก็เสียเท่ากันที่ 11 ประตู โดยสี่จากห้านัดมีสกอร์รวมเกิน 2.5 และทั้งสองทีมทำประตู อย่างไรก็ดี เกมล่าสุดหลังชุดข้อมูลดังกล่าว ปีศาจแดงถล่มซาบาห์ 4-0 ในแชมเปียนส์ลีกและเก็บคลีนชีตแรกของฤดูกาล
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้
| วันที่ |
คู่แข่งขัน |
ผลการแข่งขัน |
ผลงาน |
| 8 กันยายน 2569 |
ปอร์โต้ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
0-2 |
ชนะ |
| 5 กันยายน 2569 |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ โคเวนทรี ซิตี้ |
1-0 |
ชนะ |
| 28 สิงหาคม 2569 |
คริสตัล พาเลซ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
1-4 |
ชนะ |
| 23 สิงหาคม 2569 |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ บอร์นมัธ |
2-1 |
ชนะ |
| 16 สิงหาคม 2569 |
อาร์เซนอล พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
3-0 |
แพ้ |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะสี่และแพ้หนึ่งจากห้านัดล่าสุด ยิงได้เก้าประตู เสียห้าประตู พร้อมเก็บคลีนชีตสองเกม หลังพ่ายอาร์เซนอล 0-3 เรือใบสีฟ้าตอบสนองด้วยการชนะสี่นัดติดต่อกัน และเสียเพียงสองประตูตลอดช่วงดังกล่าว
ข่าวบาดเจ็บและความพร้อมของนักเตะ
| ทีม |
นักเตะ |
อาการ |
สถานะ |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
คาร์ลอส บาเลบา |
ข้อเท้า |
หมดสิทธิ์ลงสนาม |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
มัทไธส์ เดอ ลิกต์ |
หลัง |
หมดสิทธิ์ลงสนาม |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
มานูเอล อูการ์เต |
เข่า |
หมดสิทธิ์ลงสนาม |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
ทอม ฮีตัน |
เอ็นหลังหัวเข่า |
หมดสิทธิ์ลงสนาม |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
อาหมัด ดิยัลโล |
ข้อเท้า |
หมดสิทธิ์ลงสนาม |
| แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
เฌเรมี โดกู |
น่อง |
มีแนวโน้มพลาดเกมนี้ |
ลุค ชอว์ไม่มีชื่อในเกมกับซาบาห์เพราะเป็นตะคริว แต่ไมเคิล คาร์ริคยืนยันว่าอาการไม่รุนแรงและมีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริง หากได้ลงสนามจะเป็นเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 300 ของเจ้าตัว ขณะที่ต้นฉบับไม่มีข้อมูลผู้เล่นติดโทษแบนของทั้งสองทีม
เบนจามิน เชชโกกับมาเตอุส คุนญาต่างทำประตูในชัยชนะเหนือซาบาห์ จึงมีโอกาสออกสตาร์ตร่วมกัน โดยมาร์คัส แรชฟอร์ดอาจเป็นคนที่หลุดจากตัวจริง ส่วนฝั่งแมนฯ ซิตี้ นิโก โอไรลีย์ฟิตสมบูรณ์แล้ว แต่คาดว่าเอลเลียต แอนเดอร์สันจะกลับมายืนแดนกลางแทนไอยูบ บูอัดดี
11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
| ทีม |
ระบบ |
รายชื่อนักเตะ |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
4-2-3-1 |
เซนเนอ ลัมเมนส์; ดีโอโก ดาโลต์, แฮร์รี แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ลุค ชอว์; ยูริ ตีเลอมันส์, ค็อบบี เมนู; ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาเตอุส คุนญา; เบนจามิน เชชโก |
| แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
4-2-3-1 |
จานลุยจิ ดอนนารุมมา; มาเตอุส นูเนส, มาร์ก เกฮี, รูเบน ดิอาส, ยอสโก กวาร์ดิโอล; เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เอ็นโซ เฟร์นันเดซ; อ็องตวน เซเมนโย, รายาน แชร์กี, อิลิมาน เอ็นดิอาย; เออร์ลิง ฮาลันด์ |
วิเคราะห์ราคาเอเชียนแฮนดิแคป
เมื่อดูจากราคาที่เปิด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่อ 0-0.5 หรือ ปป. หน้าเสื่ออาจเทไปทางเรือใบสีฟ้าเพราะชนะสามเกมลีกแรกและมีฮาลันด์กำลังเข้าฝัก แต่เกมดาร์บีช่วงหลังไม่ได้เป็นไปตามชื่อชั้นง่าย ๆ ทีมเยือนชนะเพียงหนึ่งจากสี่เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุดที่พบกัน ขณะที่ลูกทีมของคาร์ริคมีสถิติชนะเก้าจากสิบเกมเหย้าในลีก
เมื่อสกอร์หลักมองไว้ที่เสมอ 2-2 ราคานี้จึงควรถือหางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากเกมจบตามคาด ท่านรองปีศาจแดงกินครึ่ง ส่วนท่านต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้เสียครึ่ง เจ้าถิ่นไม่จำเป็นต้องชนะ แค่ยื้อผลเสมอในบ้านก็ทำกำไรได้แล้ว รอง ปป. น่าลุ้นกว่า ดีไม่ดีแรงเชียร์อาจพาไปถึงสามคะแนน
วิเคราะห์ราคาสูง–ต่ำ
ราคาสูง–ต่ำเปิดที่ 3-3.5 ถือว่าสูงพอสมควร แต่มีข้อมูลรองรับชัดเจน ทั้งสองทีมมีสถิติสกอร์เกิน 2.5 เท่ากันที่ 75% จากแปดนัดล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ดเองยิงเฉลี่ย 2.38 และเสียเฉลี่ย 1.63 ประตู ส่วนทั้งคู่ยิงตรงกรอบมากที่สุดร่วมกันในพรีเมียร์ลีกสามนัดแรก
หากจบเสมอ 2-2 ตามสกอร์คาดการณ์ จะมีประตูรวมสี่ลูก ท่านสูง 3-3.5 กินเต็มทั้งส่วนของราคาสามลูกและสามลูกครึ่ง แนวรับปีศาจแดงยังชวนหวาดเสียว ขณะที่แนวรุกทั้งสองทีมมีตัวจบสกอร์พร้อมลงโทษความผิดพลาด มุมสูงจึงน่าตามมากกว่า
ฟันธงก่อนเกม
🎯 ทีเด็ด: ปีศาจแดงยื้อแต้ม รองแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0.5
🔮 สกอร์คาดการณ์: เสมอ 2-2
⚽ สูง–ต่ำ: สูง 3-3.5
⭐ ดาวความมั่นใจ: 4 ดาว
💬 มองอย่างเซียน: เรือใบสีฟ้าฟอร์มแรงและฮาลันด์กำลังคมก็จริง แต่ปีศาจแดงเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้แข็งแกร่งภายใต้คาร์ริค อีกทั้งแมนฯ ซิตี้ชนะเพียงหนึ่งจากสี่เกมลีกหลังสุดที่เจอกัน ราคา ปป. อยู่รองดีกว่า เสมอก็กินครึ่ง ส่วนแนวรุกสองทีมผลิตโอกาสได้ต่อเนื่อง มีลุ้นแลกกันถึง 2-2 และพาท่านสูงรับเต็มคำ