ลิเวอร์พูลชนะสี่นัดติดรอรับเชลซีที่ขาดพาลเมอร์ อลอนโซกลับแอนฟิลด์พร้อมโจทย์แก้เกมรุก เจาะราคาเสมอและโอกาสยิงรวมเกินสามลูกก่อนลุ้นเข้ารอบ #บ้านผลบอลวันนี้
⚽ คู่แข่งขัน: ลิเวอร์พูล พบ เชลซี
📅 วันที่แข่งขัน: 29 ตุลาคม 2026 ตามเวลาประเทศไทยและลาว
⏰ เวลาแข่งขัน: 03.00 น.
🏟️ สนาม: แอนฟิลด์
🏆 รายการ: คาราบาว คัพ รอบ 4
📉 ราคาเอเชียน: ลิเวอร์พูล 0 ราคาเสมอ
⚽ ราคาสูง–ต่ำ: 3 ลูก
💰 ราคา 1X2 ตามภาพ: ลิเวอร์พูลชนะ 2.82 / เสมอ 3.70 / เชลซีชนะ 2.41
📈 ราคาสูงตามภาพ: 0.5 ลูก 1.03 / 1.5 ลูก 1.11 / 2.5 ลูก 1.48 / 3.5 ลูก 2.27 / 4.5 ลูก 3.64
📉 ราคาต่ำตามภาพ: 0.5 ลูก 19.00 / 1.5 ลูก 4.95 / 2.5 ลูก 2.43 / 3.5 ลูก 1.65 / 4.5 ลูก 1.23
🥅 ราคาทั้งสองทีมทำประตูตามภาพ: ใช่ 1.42 / ไม่ใช่ 2.69
ℹ️ ภาพไม่ได้แสดงค่าน้ำราคาเสมอและสูง–ต่ำ 3 ลูก ราคาประตูรวมเส้นอื่นจึงแสดงแยกตามข้อมูลที่มี
ลิเวอร์พูลกลับมาตั้งหลักได้เร็วหลังแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยชัยชนะสี่เกมติดต่อกัน ล่าสุดเปิดบ้านชนะไบรท์ตัน 2-0 และเก็บคลีนชีตแรกในรอบห้านัด ขณะที่เชลซีเพิ่งแพ้สเปอร์สคาบ้าน 0-2 หลังจากชนะบอร์นมัธกับเอฟเวอร์ตันมาได้ โมเมนตัมก่อนเตะจึงเอนมาทางเจ้าถิ่น แต่คู่นี้ยังมีเรื่องการหมุนเวียนผู้เล่นให้ต้องชั่งน้ำหนัก
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลเสียรวมสิบประตูในห้านัดล่าสุด แม้แนวรุกช่วยพาทีมผ่านเกมยากได้ แต่เกมรับยังไม่ได้แน่นทุกนัด ส่วนเชลซีขาดโคล พาลเมอร์จากโทษแบน ทำให้ต้องปรับคนสร้างสรรค์เกม ทว่าชุดคาดการณ์ยังมีอิสเตเวา วิลเลียน, แดนนี เวลเบ็ค และมอร์แกน โรเจอร์สเป็นทางเลือก หากทั้งสองทีมใช้ตัวหมุนเวียนตามคาด เกมมีโอกาสเปิดให้ได้ลุ้นกันทั้งสองด้าน
อีกด้านหนึ่ง ลิเวอร์พูลมีเกมกับอาร์เซนอลรอวันอาทิตย์ ส่วนเชลซีต้องรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดช่วงเที่ยงวันเสาร์ การพักตัวหลักจึงมีเหตุผลทั้งคู่ อลิสซอน เบ็คเกอร์กับเฟอร์จิล ฟาน ไดค์อาจได้พัก ขณะที่เวียร์ตซ์ต้องเช็กอาการเจ็บจากนัดล่าสุด สำหรับชาบี อลอนโซ นี่คือการกลับมาแอนฟิลด์ครั้งแรกในฐานะกุนซือเชลซี หลังสองครั้งก่อนคุมทีมมาแพ้และยิงไม่ได้เลย
เมื่อดูจากราคาเสมอ เลือกถือหางลิเวอร์พูลมากกว่า เพราะผลงานพลิกสถานการณ์กลับมาชนะช่วงหลังแสดงให้เห็นว่าทีมยังหาทางออกได้เมื่อเกมไม่เป็นใจ พอหันมาดูราคาพูล เชลซีชนะ 2.41 ต่ำกว่าเจ้าถิ่น 2.82 จึงไม่ใช่งานที่ตลาดมองว่าลิเวอร์พูลเหนือชัด แต่ราคาเอเชียน 0 ไม่ต้องแบกลูกต่อ หากเจ้าบ้านชนะ 3-2 ตามคาดกินเต็ม เสมอคืนทุน และแพ้เสียเต็ม
ส่วนสูง–ต่ำสามลูก เลือกสูงจากสกอร์หลักห้าประตู ประกอบกับแนวโน้มการหมุนเวียนและตัวเลือกแนวรับที่ขาดหาย ลิเวอร์พูลมีทั้งเกมชนะบียาร์เรอัล 4-3 และชนะลินซ์ 6-3 อยู่ในช่วงห้านัดล่าสุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าเกมล่าสุดของทั้งสองทีมจบเพียงสองประตู หากคู่นี้รวมตั้งแต่สี่ลูกสูงกินเต็ม รวมสามลูกเจ๊าราคา และรวมไม่เกินสองลูกเสียเต็ม
🎯 ทีเด็ด: เจ้าถิ่นเบียดเข้าป้าย ต่อลิเวอร์พูล 0.0
🔮 สกอร์คาดการณ์: ลิเวอร์พูล ชนะ 3-2
⚽ สูง–ต่ำ: สูง 3 ลูก
💬 มองอย่างเซียน: ลิเวอร์พูลกำลังหาทางชนะได้ต่อเนื่อง ส่วนเชลซีต้องจัดเกมรุกใหม่เมื่อไม่มีพาลเมอร์ ราคาเสมอไม่ต้องแบกอะไร ท่านต่อขอแค่เจ้าถิ่นเฉือนก็รับเต็มคำ เสมอยังคืนทุน กัดฟันอยู่ลิเวอร์พูลพร้อมลุ้นสูงสามลูก
📅 วันที่แข่งขัน: เช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2026 ตามเวลาประเทศไทยและลาว
⏰ เวลาแข่งขัน: 03.00 น.
🏟️ สนาม: แอนฟิลด์
🏆 รายการ: คาราบาว คัพ รอบ 4
📉 ราคาเอเชียน: ลิเวอร์พูล 0 ราคาเสมอ
⚽ ราคาสูง–ต่ำ: 3 ลูก
แอนฟิลด์เตรียมต้อนรับชาบี อลอนโซอีกครั้ง แต่คราวนี้อดีตกองกลางลิเวอร์พูลกลับมาในฐานะผู้จัดการทีมเชลซี พร้อมภารกิจแย่งตั๋วรอบก่อนรองชนะเลิศคาราบาว คัพจากเจ้าถิ่นที่กำลังชนะต่อเนื่อง นี่เป็นการคุมทีมกลับมาเยือนสนามเก่าครั้งที่สามของเขา หลังสองหนก่อนจบด้วยความพ่ายแพ้ 0-4 ตอนคุมไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และ 0-1 ตอนคุมเรอัล มาดริด รวมแล้วเสียห้าประตูและยังยิงไม่ได้ การกลับมาครั้งนี้จึงมีทั้งความผูกพันและโจทย์ที่ต้องแก้ให้ต่างจากเดิม
อย่างไรก็ตาม สภาพทีมก่อนเดินทางไม่ได้ช่วยให้อลอนโซเบาใจ เชลซีเพิ่งแพ้ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 0-2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นการพ่ายต่อคู่ปรับรายนี้ในบ้านครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 ทั้งที่ก่อนหน้าเพิ่งชนะบอร์นมัธ 5-1 และบุกชนะเอฟเวอร์ตัน 2-0 มาได้ ผลงานจึงยังขาดความต่อเนื่อง วันไหนเข้าทางก็สร้างสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เมื่อเกมเริ่มหลุดมือกลับยังดึงสถานการณ์คืนมาไม่ได้ตามต้องการ ยิ่งต้องเสียโคล พาลเมอร์จากใบแดงด้วย งานจัดแนวรุกสำหรับนัดนี้ยิ่งต้องคิดใหม่
ขณะที่ลิเวอร์พูลของอันโดนี อิราโอลาตอบสนองต่อความพ่ายแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้อย่างน่าสนใจ หลังแพ้ 0-3 ทีมกลับมาชนะสี่นัดรวดทุกรายการ มีทั้งการบุกชนะลินซ์ 6-3 การแซงเบรนท์ฟอร์ดที่เหลือเก้าคน และการพลิกจากตามบียาร์เรอัลสองประตูภายในครึ่งชั่วโมงแรกกลับมาชนะ 4-3 ก่อนปิดท้ายด้วยชัยชนะเหนือไบรท์ตัน 2-0 รูปแบบการชนะไม่ได้เหมือนกันทุกนัด แต่สิ่งที่ต่อเนื่องคือทีมยังหาคำตอบได้ แม้จังหวะของเกมจะไม่ได้อยู่ในมือทั้งหมด
เกมกับไบรท์ตันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แนวรับด้วย หลังเป็นคลีนชีตแรกในรอบห้านัด ลิเวอร์พูลได้ประตูนำจากลูกยิงฟลอเรียน เวียร์ตซ์ที่แฉลบปาสกาล กรอสส์เข้าประตู ก่อนอเล็กซานเดอร์ อิซัคยิงเพิ่มให้หนีสองลูกภายใน 21 นาที กระนั้น ภาพเกมรับที่ดีขึ้นหนึ่งนัดยังไม่ได้ลบตัวเลขเสียสิบประตูจากห้าเกมล่าสุดทั้งหมด หากมีการพักเฟอร์จิล ฟาน ไดค์หรือเปลี่ยนผู้รักษาประตูตามที่คาด ความต่อเนื่องในการประสานงานย่อมเป็นอีกเรื่องที่ต้องจับตา
เส้นทางก่อนถึงรอบนี้ ลิเวอร์พูลผ่านสเปอร์สมา 3-1 ส่วนเชลซีเอาชนะลูตัน ทาวน์และลีดส์ ยูไนเต็ด แต่โปรแกรมหลังเกมก็มีผลต่อการเลือกตัว เจ้าถิ่นรอพบอาร์เซนอลในวันอาทิตย์ ขณะที่ทีมเยือนต้องรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดช่วงเที่ยงวันเสาร์ ทั้งคู่จึงมีเหตุผลให้แบ่งแรงและเปิดโอกาสตัวหมุนเวียน สถิติที่เชลซีไม่แพ้การพบกันสามครั้งหลังตามภาพช่วยย้ำว่าชัยชนะของลิเวอร์พูลไม่ใช่ของตาย ถึงกระนั้น เมื่อวางโมเมนตัมปัจจุบันข้างกัน เจ้าบ้านดูมีคำตอบมากกว่าหากต้องตัดสินกันในเกมที่ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบ
จุดที่ทำให้ลิเวอร์พูลน่าถือหางไม่ได้อยู่แค่จำนวนชัยชนะ แต่เป็นลักษณะของเกมที่ผ่านมาด้วย การตามบียาร์เรอัล 0-2 แล้วกลับมาชนะ 4-3 บอกว่าทีมยังมีพลังเปลี่ยนสถานการณ์ ขณะที่เกมกับเบรนท์ฟอร์ดก็จบด้วยการแซงชนะอีกครั้ง แม้ต้องคำนึงว่าคู่แข่งเหลือเก้าคนก็ตาม เมื่อนำมาใช้ประเมินเกมบอลถ้วยที่คาดว่าจะเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่ง ความสามารถในการตั้งหลักเมื่อเกมไม่เป็นใจจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เจ้าถิ่นยังดูน่าลุ้นกว่า
อย่างไรก็ดี การจัดชุดคาดการณ์ให้ลูอิส คูมาสยืนหน้าเป้า โดยมีริโอ เอ็นกูโมฮา, เจมส์ แม็คคอนเนลล์ และโคดี กัคโปสนับสนุน ทำให้ไม่ควรนำภาพเกมรุกชุดหลักมาใช้เต็มน้ำหนัก เอ็นกูโมฮามีผลงานสองแอสซิสต์ในเกมบียาร์เรอัลเป็นทุน แต่การได้ออกสตาร์ตพร้อมตัวหมุนเวียนหลายคนยังต้องอาศัยจังหวะประสานงาน หากเจ้าถิ่นเชื่อมบอลกันได้เร็วก็มีโอกาสสร้างปัญหาให้เชลซี แต่ถ้าจังหวะสุดท้ายยังไม่ลงตัว เกมอาจสูสีกว่าที่ผลชนะสี่นัดติดชวนให้คิด
พอหันมาดูทีมเยือน การไม่มีพาลเมอร์ทำให้อลอนโซต้องหาคนรับผิดชอบเกมรุกเพิ่ม อิสเตเวา วิลเลียนมีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริง ส่วนแดนนี เวลเบ็คเป็นทางเลือกหน้าเป้าตามต้นฉบับ และมีสถิติยิงลิเวอร์พูลห้าประตูจากการพบกัน 28 นัด มอร์แกน โรเจอร์สยังอยู่ในชุดคาดการณ์แม้เล่นครบเกมล่าสุด คุณภาพเฉพาะตัวเหล่านี้ทำให้ลิเวอร์พูลวางใจไม่ได้ โดยเฉพาะหากเจ้าถิ่นพักทั้งอลิสซอนและฟาน ไดค์พร้อมกัน
อีกประเด็นคือการจัดแดนกลาง เชลซีอาจใช้ไกเซโด, ลาเวีย และบาร์โก หรือเลือกเฮนเดอร์สันกลับมาเล่นที่แอนฟิลด์ตามแนวทางที่อลอนโซต้องการ ส่วนลิเวอร์พูลมีนีโอนีกับแม็ค อัลลิสเตอร์อยู่ในชุดคาดการณ์ หากทั้งสองทีมสลับผู้เล่นหลายตำแหน่ง การยืนช่วยกันหลังเสียบอลจะสำคัญมาก เพราะเกมที่ต่างฝ่ายต่างพยายามแสดงผลงานอาจเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งได้เช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่มองโอกาสมีประตูทั้งสองทีม มากกว่าจะเชื่อว่าฝ่ายใดจะคุมทุกอย่างไว้ได้ตลอด
เมื่อรวมองค์ประกอบทั้งหมด สกอร์หลักจึงวางลิเวอร์พูลชนะ 3-2 ให้น้ำหนักกับความสามารถในการกลับมาชนะช่วงหลังและความไม่แน่นอนของแนวรับทั้งสองทีมเป็นหลัก เชลซีมีโอกาสทำให้เจ้าบ้านต้องเหนื่อย แต่ราคาเสมอเปิดทางให้เลือกลิเวอร์พูลโดยไม่ต้องลุ้นยิงขาด ส่วนสูงสามลูกมีสกอร์คาดการณ์รองรับชัดเจน ถึงกระนั้น เกมล่าสุดของทั้งคู่จบเพียงสองประตู จึงยังเป็นการวัดใจคุณภาพแนวรุกของชุดหมุนเวียน มากกว่ามองว่าประตูจะไหลมาเอง
สถิติ 15 นัดและเหย้า–เยือนเก็บตามภาพ ส่วนลำดับฟอร์มลิเวอร์พูลยึดผลรายนัดที่มีวันที่กำกับ ซึ่งแสดงว่าชนะสี่เกมล่าสุดติดต่อกัน
| รายการเปรียบเทียบ | ลิเวอร์พูล | เชลซี |
|---|---|---|
| 15 นัดตามภาพ | ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 3 | ชนะ 8 เสมอ 2 แพ้ 5 |
| 5 นัดล่าสุด | ชนะ 4 เสมอ 0 แพ้ 1 | ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 |
| ลำดับผลรายนัด จากใหม่ไปเก่า | ชนะ–ชนะ–ชนะ–ชนะ–แพ้ | แพ้–ชนะ–ชนะ–แพ้–เสมอ |
| เหย้าและเยือน 5 นัดตามภาพ | เกมเหย้า ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 | เกมเยือน ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 |
| ผลงานนัดล่าสุด | ชนะไบรท์ตัน 2-0 ในบ้าน | แพ้สเปอร์ส 0-2 ในบ้าน |
| เส้นทางลีกคัพก่อนรอบนี้ | รอบก่อนชนะสเปอร์ส 3-1 | ผ่านลูตัน ทาวน์และลีดส์ ยูไนเต็ด |
| สถิติ | ลิเวอร์พูล | เชลซี |
|---|---|---|
| 8 นัดตามภาพ ประตูรวมเกิน 1.5 ลูก | 75% | 88% |
| 8 นัดตามภาพ ประตูรวมเกิน 2.5 ลูก | 63% | 63% |
| 8 นัดตามภาพ ประตูรวมเกิน 3.5 ลูก | 25% | 38% |
| 8 นัดตามภาพ ยิงเฉลี่ยต่อนัด | 2.00 ประตู | 2.00 ประตู |
| 8 นัดตามภาพ เสียเฉลี่ยต่อนัด | 1.13 ประตู | 1.63 ประตู |
| 5 นัดล่าสุด ยิง–เสีย | ยิง 14 เสีย 10 | ยิง 9 เสีย 8 |
| 5 นัดล่าสุด คลีนชีต | 1 นัด | 1 นัด |
| 5 นัดล่าสุด ทั้งสองทีมทำประตู | 3 นัด | 2 นัด |
| 5 นัดล่าสุด ประตูรวมเกิน 2.5 ลูก | 4 นัด | 3 นัด |
| 5 นัดล่าสุด เมื่อเทียบเส้นสูง–ต่ำ 3 ลูก | สูง 2 เจ๊าราคา 2 ต่ำ 1 | สูง 2 เจ๊าราคา 1 ต่ำ 2 |
| วันที่ | รายการ | คู่แข่งขัน | ผล | รายละเอียด |
|---|---|---|---|---|
| 09/05/2026 | พรีเมียร์ลีก | ลิเวอร์พูล พบ เชลซี | 1-1 | ครบ 90 นาที |
| 04/10/2025 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี พบ ลิเวอร์พูล | 2-1 | ครบ 90 นาที |
| 04/05/2025 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี พบ ลิเวอร์พูล | 3-1 | ครบ 90 นาที |
| 20/10/2024 | พรีเมียร์ลีก | ลิเวอร์พูล พบ เชลซี | 2-1 | ครบ 90 นาที |
| 25/02/2024 | คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ | เชลซี พบ ลิเวอร์พูล | 0-1 หลังต่อเวลาพิเศษ | 90 นาทีเสมอ 0-0 แข่งสนามกลาง |
เชลซีไม่แพ้สามครั้งหลังตามชุดข้อมูลนี้ โดยชนะสองและเสมอหนึ่ง หากนับทั้งห้านัดเฉพาะ 90 นาที ลิเวอร์พูลชนะหนึ่ง เชลซีชนะสอง และเสมอสอง ส่วนชัยชนะของลิเวอร์พูลในนัดชิงปี 2024 เกิดช่วงต่อเวลาพิเศษ จึงแยกจากผลในเวลาปกติให้ชัดเจน
| วันที่ | คู่แข่ง | สนาม | สกอร์ลิเวอร์พูล–คู่แข่ง | ผล |
|---|---|---|---|---|
| 25/10/2026 | ไบรท์ตัน | เหย้า | 2-0 | ชนะ |
| 20/10/2026 | บียาร์เรอัล | เหย้า | 4-3 | ชนะ |
| 17/10/2026 | เบรนท์ฟอร์ด | เยือน | 2-1 | ชนะ |
| 14/10/2026 | แอลเอเอสเค ลินซ์ | เยือน | 6-3 | ชนะ |
| 11/10/2026 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | เหย้า | 0-3 | แพ้ |
รวมชนะ 4 แพ้ 1 ยิง 14 เสีย 10 ประตู ชนะสี่นัดติดต่อกัน และเก็บคลีนชีตได้ในเกมล่าสุด
| วันที่ | คู่แข่ง | สนาม | สกอร์เชลซี–คู่แข่ง | ผล |
|---|---|---|---|---|
| 24/10/2026 | ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ | เหย้า | 0-2 | แพ้ |
| 17/10/2026 | เอฟเวอร์ตัน | เยือน | 2-0 | ชนะ |
| 10/10/2026 | บอร์นมัธ | เหย้า | 5-1 | ชนะ |
| 18/09/2026 | เบรนท์ฟอร์ด | เยือน | 0-3 | แพ้ |
| 12/09/2026 | ฮัลล์ ซิตี้ | เหย้า | 2-2 | เสมอ |
รวมชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิง 9 เสีย 8 ประตู ยิงไม่ได้สองนัด และเก็บคลีนชีตหนึ่งนัด
ลิเวอร์พูลต้องประเมินฟลอเรียน เวียร์ตซ์หลังข้อเท้าบิดจากเกมไบรท์ตัน แม้อิราโอลามองเบื้องต้นว่าไม่น่ารุนแรง ส่วนวิกตอร์ มูนญอซยังต้องเช็กความพร้อมเช่นกัน ด้านเชลซีขาดโคล พาลเมอร์แน่นอนจากโทษแบน ทำให้การจัดเกมรุกต่างจากนัดล่าสุด และยังมีผู้เล่นอีกหลายรายที่ต้องรอประเมินก่อนเดินทาง
| ทีม | ผู้เล่น | อาการและสถานะ |
|---|---|---|
| ลิเวอร์พูล | ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ | ข้อเท้าบิดจากเกมไบรท์ตัน ออกนาที 65 รอประเมินความพร้อม |
| ลิเวอร์พูล | วิกตอร์ มูนญอซ | เจ็บเข่า ต้องเช็กความพร้อม |
| ลิเวอร์พูล | คอเนอร์ แบรดลีย์ | เจ็บเข่า ไม่พร้อมตามต้นฉบับ |
| ลิเวอร์พูล | อูโก เอกิติเก | เจ็บเอ็นร้อยหวาย ไม่พร้อมตามต้นฉบับ |
| ลิเวอร์พูล | เฌเรมี ฟริมปง | เจ็บกล้ามเนื้อ ไม่พร้อมตามต้นฉบับ |
| ลิเวอร์พูล | โจวานนี เลโอนี | เจ็บเข่า ไม่พร้อมตามต้นฉบับ |
| ลิเวอร์พูล | โดมินิก โซบอสไล | เจ็บกล้ามเนื้อ ไม่พร้อมตามต้นฉบับ |
| เชลซี | โคล พาลเมอร์ | ติดโทษแบนหนึ่งนัดหลังได้รับสองใบเหลืองเกมสเปอร์ส พลาดเกมนี้ |
| เชลซี | รีซ เจมส์ | เจ็บเข่า ไม่พร้อมตามต้นฉบับ |
| เชลซี | เอมิเลียโน มาร์ติเนซ | กรามหัก ไม่พร้อมตามต้นฉบับ |
| เชลซี | ชูเอา เปโดร | เจ็บระหว่างซ้อมก่อนเกมสเปอร์ส ต้องประเมินก่อนเดินทาง |
| เชลซี | เป๊ป ชาบาร์เรีย | ต้องประเมินความพร้อม ต้นฉบับไม่ระบุรายละเอียดอาการ |
| เชลซี | เอมมานูเอล เอเมกา | ต้องประเมินความพร้อมตามต้นฉบับ |
| เชลซี | เจมี กิตเทนส์ | ต้องประเมินความพร้อมตามต้นฉบับ |
ชุดคาดการณ์ลิเวอร์พูลเปลี่ยนหกตำแหน่งจากเกมไบรท์ตัน โดยคงอเราโฮ, ฌักเกต์, เคอร์เคซ, แม็ค อัลลิสเตอร์ และกัคโปไว้ ส่วนเชลซีเปลี่ยนเจ็ดตำแหน่งจากเกมสเปอร์ส โดยเก็บเพนเดอร์ส, โคลวิลล์, ไกเซโด และโรเจอร์ส รายชื่อทั้งหมดเป็นการคาดการณ์ตามต้นฉบับ ยังไม่ใช่ทีมที่ประกาศก่อนแข่งขัน
| ตำแหน่ง | ลิเวอร์พูล 4-2-3-1 | เชลซี 4-3-3 |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | จอร์จี มามาร์ดาชวิลี | ไมค์ เพนเดอร์ส |
| กองหลัง | โรนัลด์ อเราโฮ, เฌเรมี ฌักเกต์, โจ โกเมซ, มิลอส เคอร์เคซ | มาโล กุสโต, เวสลีย์ โฟฟานา, ลีไว โคลวิลล์, มาร์โก ปาเลสตรา |
| กองกลาง | เทรย์ นีโอนี, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ | มอยเซส ไกเซโด, โรเมโอ ลาเวีย, วาเลนติน บาร์โก |
| แนวรุกด้านหลังหน้าเป้าและริมเส้น | ริโอ เอ็นกูโมฮา, เจมส์ แม็คคอนเนลล์, โคดี กัคโป | อิสเตเวา วิลเลียน, มอร์แกน โรเจอร์ส |
| กองหน้าตัวเป้า | ลูอิส คูมาส | แดนนี เวลเบ็ค |
ลิเวอร์พูลอาจพักอลิสซอน, ฟาน ไดค์, บาร์โคลา และอิซัคก่อนพบอาร์เซนอล ส่วนเวียร์ตซ์ต้องประเมินอาการ ด้านเชลซียังมีเฮนเดอร์สันเป็นทางเลือกแดนกลาง และอาจปรับแนวรับสี่หรือห้าคนตามแผนของอลอนโซ
ลิเวอร์พูล 0 เป็นเรตที่เลือกทีมชนะโดยไม่ต้องแบกลูกต่อ เจ้าถิ่นชนะทุกสกอร์กินเต็ม เสมอเจ๊าราคา และแพ้เสียเต็ม เมื่อเทียบกับสกอร์หลักลิเวอร์พูลชนะ 3-2 จึงเลือกท่านต่อได้ตรงกับมุมฟุตบอล เหตุผลอยู่ที่ผลงานชนะสี่เกมต่อเนื่องและการกลับมาเอาชนะหลังตกเป็นฝ่ายตาม ขณะที่เชลซีต้องปรับเกมรุกจากการขาดพาลเมอร์ งานนี้ขอเพียงเจ้าบ้านเฉือนก็ได้เฮแล้ว
พอหันมาดูราคาพูล เชลซีชนะ 2.41 ต่ำกว่าลิเวอร์พูลชนะ 2.82 จึงยังเป็นคู่ที่ต้องระวัง ไม่ใช่เจ้าถิ่นเหนือทุกทาง อีกทั้งเชลซีไม่แพ้การพบกันสามครั้งหลังตามภาพ การถือหางลิเวอร์พูลครั้งนี้จึงซื้อผลงานปัจจุบันมากกว่าชื่อเสียง และไม่ยกโอกาสผ่านเข้ารอบมาแทนผลเดิมพัน เพราะหากเสมอใน 90 นาทีแล้วค่อยชนะช่วงต่อเวลาหรือดวลจุดโทษ ราคาเสมอในเวลาปกติก็ยังคืนทุนเท่านั้น
เลือกสูง 3 ลูกจากภาพเกมที่คาดว่าจะเปิดและสกอร์หลัก 3-2 การหมุนเวียนผู้เล่นกับตัวเลือกแนวรับที่ขาดหายอาจทำให้ทั้งสองทีมมีช่องเข้าทำ ลิเวอร์พูลห้านัดล่าสุดยิง 14 เสีย 10 ส่วนเชลซียิง 9 เสีย 8 แต่หากนับเส้นสามลูกย้อนหลังห้านัด ทั้งคู่มีเกมออกสูงจริงเพียงทีมละสองนัด จึงไม่ใช่มุมที่ควรมั่นใจเกินเหตุ หากรวมตั้งแต่สี่ประตูสูงกินเต็ม รวมสามประตูเจ๊าราคา และรวมไม่เกินสองประตูเสียเต็ม
🎯 ทีเด็ด: เจ้าถิ่นเบียดเข้าป้าย ต่อลิเวอร์พูล 0.0
🔮 สกอร์คาดการณ์: ลิเวอร์พูล ชนะ 3-2
⚽ สูง–ต่ำ: สูง 3 ลูก
💬 มองอย่างเซียน: ลิเวอร์พูลมีจังหวะกลับมาชนะให้เห็นต่อเนื่อง ส่วนเชลซีต้องหาคนสร้างเกมแทนพาลเมอร์ ราคาเสมอไม่ต้องแบกอะไร ท่านต่อขอแค่เจ้าถิ่นเฉือนก็รับเต็มคำ เสมอยังคืนทุน กัดฟันอยู่ลิเวอร์พูลและวัดใจแนวรุกลุ้นสูงสามลูก
⭐ ความน่าสนใจแฮนดิแคป: ★★★☆☆ ผลงานล่าสุดหนุนเจ้าถิ่นและสกอร์หลักกินราคา แต่การหมุนเวียนกับสถิติพบกันยังทำให้ประมาทไม่ได้
⭐ ความน่าสนใจสูง–ต่ำ: ★★★☆☆ สกอร์คาดการณ์หนุนสูงสามลูก แต่เกมล่าสุดของทั้งคู่จบเพียงสองประตู ดาวสะท้อนความน่าสนใจ ไม่ใช่การรับรองผล
มุมราคาทั้งหมดประเมินผลในเวลา 90 นาทีรวมทดเวลา ไม่รวมการต่อเวลาพิเศษและการดวลจุดโทษ
ภาพสถิติและพรีวิวต้นฉบับที่ได้รับ พร้อม กำหนดการแข่งขันจากลิเวอร์พูล และ ข้อมูลนัดชิงคาราบาว คัพ ปี 2024
ข่าวอาการบาดเจ็บเวียร์ตซ์จากสโมสร และ ข้อมูลความพร้อมลิเวอร์พูล
รายชื่อเชลซีนัดล่าสุด และ รายละเอียดเกมเชลซีพบสเปอร์ส