ภาพรวมก่อนเกม อิตาลี พบ เบลเยียม
อิตาลีและเบลเยียมเตรียมเปิดฉากยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ที่สตาดิโอ โอลิมปิโก โดยเกมนี้ถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของทั้งสองชาติ เจ้าถิ่นได้โรแบร์โต มันชินีกลับมานั่งเก้าอี้กุนซืออีกครั้ง ขณะที่เบลเยียมแต่งตั้งมาร์ค ฟาน บอมเมลเข้ามาสานงานต่อจากรูดี การ์เซีย
อิตาลีกำลังอยู่ในช่วงกอบกู้ศรัทธาหลังพลาดฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน พวกเขาจบตามหลังนอร์เวย์ในรอบคัดเลือก ก่อนผ่านไอร์แลนด์เหนือในรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟ แต่สุดท้ายต้องหยุดเส้นทางลงหลังแพ้บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในการดวลจุดโทษ ความล้มเหลวดังกล่าวทำให้เจนนาโร กัตตูโซพ้นตำแหน่ง และนำไปสู่การกลับมาของมันชินี
ก่อนเข้าสู่เกมนี้ อัซซูรี่ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องสองนัดและเอาชนะลักเซมเบิร์กกับกรีซด้วยสกอร์ 1-0 เหมือนกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือแนวรับยังรักษาความรัดกุมได้ดี แต่เกมรุกไม่ได้สร้างโอกาสหรือผลิตประตูมากนัก มันชินีจึงเรียกผู้เล่นหน้าใหม่หลายรายเข้ามาผสมกับแกนหลักอย่างจานลุยจิ ดอนนารุมมา, นิโคโล บาเรลลา และซานโดร โตนาลี
ทางฝั่งเบลเยียม แม้รูดี การ์เซียจะพาทีมผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ก่อนพ่ายสเปนซึ่งก้าวไปคว้าแชมป์ แต่สมาคมยังตัดสินใจเปลี่ยนแปลงผู้นำทีม ฟาน บอมเมลจึงต้องเข้ามาดูแลช่วงถ่ายเลือดของปีศาจแดงแห่งยุโรป พร้อมประคองดาวรุ่งให้เล่นร่วมกับแกนประสบการณ์สูงอย่างเควิน เดอ บรอยน์และโรเมลู ลูกากู
ผลงานของเบลเยียมก่อนพ่ายสเปนถือว่าแข็งแกร่ง เพราะพวกเขาไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 18 นัด ส่วนห้านัดล่าสุดยิงรวม 13 ประตู แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแนวรุก อย่างไรก็ตาม การขาดเฌเรมี โดกูและเลอันโดร ทรอสซาร์ทำให้ตัวเลือกริมเส้นลดลง และอาจต้องพึ่งการสร้างสรรค์เกมจากเดอ บรอยน์มากกว่าเดิม
ทั้งสองทีมอยู่ร่วมกลุ่มกับฝรั่งเศสและตุรกี อีกทั้งยังต้องลงเล่นถึงสี่นัดในช่วงเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ สามคะแนนจากเกมเปิดสนามจึงมีความหมายมาก แต่ด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างเพิ่งเริ่มทำงานกับกุนซือใหม่ จังหวะการเล่นอาจยังติดขัดและไม่มีทีมใดกล้าเปิดหน้าแลกตั้งแต่นาทีแรก
บทวิเคราะห์ก่อนเกม
มันชินีมีแนวโน้มจัดอิตาลีในระบบ 4-3-3 โดยใช้บาเรลลา, โตนาลี และฟรัตเตซีเป็นสามประสานแดนกลาง จุดสำคัญอยู่ที่การแย่งบอลและควบคุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ หากทั้งสามคนช่วยกันบีบเกมได้ตามแผน อิตาลีจะสามารถตัดเส้นทางส่งบอลจากแดนกลางไปหาเดอ บรอยน์และลูกากูได้พอสมควร
ปัญหาของเจ้าถิ่นอยู่ที่แนวรับซึ่งขาดอเลสซานโดร บาสโตนีจากโทษแบน ขณะที่เฟเดริโก ดิมาร์โกมีอาการบาดเจ็บ ทำให้ฝั่งซ้ายต้องปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่น ส่วนเกมรุกต้องฝากความหวังไว้กับฟรานเชสโก ปิโอ เอสโปซิโตซึ่งทำไปห้าประตูจากการลงเล่นทีมชาติชุดใหญ่เก้านัด โดยมีซามูเอเล อินาซิโอและจาโคโม ราสปาโดรีช่วยโจมตีจากด้านข้าง
เบลเยียมน่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 ให้ยูริ ตีเลอมันส์กับโรเมโอ ลาเวียยืนปักหลักตรงกลาง และวางเดอ บรอยน์เป็นตัวสร้างเกมอยู่ด้านหลังลูกากู วิธีเล่นของทีมเยือนจึงน่าจะเน้นการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกให้รวดเร็ว ก่อนอาศัยการพักบอลและความแข็งแกร่งของลูกากูเข้าโจมตีพื้นที่ระหว่างคู่เซ็นเตอร์ของอิตาลี
อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ยังอยู่ในช่วงค้นหาจังหวะภายใต้ระบบใหม่ อิตาลีน่าจะเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าเพราะเสียงเชียร์ในโอลิมปิโก แต่คงไม่เร่งเปิดเกมจนเสียสมดุล ส่วนเบลเยียมมีอาวุธสวนกลับที่อันตราย เพียงแต่การขาดตัวลากเลื้อยริมเส้นอาจทำให้เกมรุกมีรูปแบบค่อนข้างจำกัด
สถิติการพบกันเป็นอิตาลีที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน จากห้านัดล่าสุดพวกเขาชนะสี่และเสมอหนึ่ง แต่ฟอร์มปัจจุบันของเบลเยียมไม่ได้เป็นรองมากนัก โดยเฉพาะประสิทธิภาพการจบสกอร์ที่ทำได้เฉลี่ย 2.75 ประตูจากแปดนัดหลัง ขณะที่อิตาลีทำได้เฉลี่ยเพียง 0.86 ประตู
ภาพรวมจึงมีแนวโน้มเป็นเกมที่อิตาลีพยายามคุมพื้นที่และไม่เปิดช่องให้โดนโต้กลับ ส่วนเบลเยียมจะรอใช้คุณภาพเฉพาะตัวของเดอ บรอยน์กับลูกากูสร้างความแตกต่าง โอกาสที่ทั้งสองทีมจะผลัดกันมีช่วงเวลาเหนือกว่ามีสูง แต่ยังไม่เห็นความได้เปรียบมากพอที่จะชี้ว่าฝ่ายใดควรชนะอย่างเด็ดขาด
สถิติเปรียบเทียบทั้งสองทีม
| รายการเปรียบเทียบ |
อิตาลี |
เบลเยียม |
| ชัยชนะจาก 15 นัดล่าสุด |
9 นัด |
9 นัด |
| ผลงาน 5 นัดล่าสุด |
ชนะ 3 แพ้ 2 |
ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 |
| ผลงานเหย้าและเยือน 5 นัดล่าสุด |
เหย้า ชนะ 4 แพ้ 1 |
เยือน ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 |
| การพบกัน 5 นัดล่าสุด |
ชนะ 4 เสมอ 1 |
เสมอ 1 แพ้ 4 |
สถิติการทำประตูจาก 8 นัดล่าสุด
| ทีม |
สูง 1.5 |
สูง 2.5 |
สูง 3.5 |
ยิงเฉลี่ย |
เสียเฉลี่ย |
| อิตาลี |
43% |
29% |
14% |
0.86 |
0.86 |
| เบลเยียม |
88% |
38% |
38% |
2.75 |
0.63 |
สถิติการพบกัน 5 นัดล่าสุด
| วันที่ |
รายการ |
คู่แข่งขัน |
ผลการแข่งขัน |
| 14 พฤศจิกายน 2024 |
ยูฟ่า เนชันส์ ลีก |
เบลเยียม พบ อิตาลี |
0-1 |
| 10 ตุลาคม 2024 |
ยูฟ่า เนชันส์ ลีก |
อิตาลี พบ เบลเยียม |
2-2 |
| 10 ตุลาคม 2021 |
ยูฟ่า เนชันส์ ลีก |
อิตาลี พบ เบลเยียม |
2-1 |
| 2 กรกฎาคม 2021 |
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป |
เบลเยียม พบ อิตาลี |
1-2 |
| 13 มิถุนายน 2016 |
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป |
เบลเยียม พบ อิตาลี |
0-2 |
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดของอิตาลี
| วันที่ |
คู่แข่งขัน |
สกอร์ |
ผลงานอิตาลี |
| 7 มิถุนายน 2026 |
กรีซ พบ อิตาลี |
0-1 |
ชนะ |
| 3 มิถุนายน 2026 |
ลักเซมเบิร์ก พบ อิตาลี |
0-1 |
ชนะ |
| 31 มีนาคม 2026 |
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา พบ อิตาลี |
2-1 |
แพ้ |
| 26 มีนาคม 2026 |
อิตาลี พบ ไอร์แลนด์เหนือ |
2-0 |
ชนะ |
| 16 พฤศจิกายน 2025 |
อิตาลี พบ นอร์เวย์ |
1-4 |
แพ้ |
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดของเบลเยียม
| วันที่ |
คู่แข่งขัน |
สกอร์ |
ผลงานเบลเยียม |
| 10 กรกฎาคม 2026 |
สเปน พบ เบลเยียม |
2-1 |
แพ้ |
| 7 กรกฎาคม 2026 |
สหรัฐอเมริกา พบ เบลเยียม |
1-4 |
ชนะ |
| 1 กรกฎาคม 2026 |
เบลเยียม พบ เซเนกัล |
3-2 |
ชนะ |
| 27 มิถุนายน 2026 |
นิวซีแลนด์ พบ เบลเยียม |
1-5 |
ชนะ |
| 21 มิถุนายน 2026 |
เบลเยียม พบ อิหร่าน |
0-0 |
เสมอ |
ข่าวบาดเจ็บ ติดโทษแบน และผู้เล่นไม่พร้อม
| ทีม |
ผู้เล่น |
สถานะ |
| อิตาลี |
อเลสซานโดร บาสโตนี |
ติดโทษแบน |
| อิตาลี |
เฟเดริโก ดิมาร์โก |
บาดเจ็บและถอนตัว |
| อิตาลี |
ไบรอัน คริสตันเต |
บาดเจ็บและถอนตัว |
| อิตาลี |
มานูเอล โลคาเตลลี |
บาดเจ็บ |
| เบลเยียม |
อามาดู โอนานา |
บาดเจ็บระยะยาว |
| เบลเยียม |
เลอันโดร ทรอสซาร์ |
บาดเจ็บ |
| เบลเยียม |
เฌเรมี โดกู |
เพิ่งกลับมาลงสนามและไม่มีชื่อในทีมชุดนี้ |
| เบลเยียม |
ติโบต์ กูร์กตัวส์ |
ขอพักจากการรับใช้ทีมชาติในรายการนี้ |
11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
| ทีม |
ระบบ |
รายชื่อผู้เล่น |
| อิตาลี |
4-3-3 |
จานลุยจิ ดอนนารุมมา; ไมเคิล คาโยเด, จานลูกา มันชินี, จอร์โจ สกัลวินี, ริคคาร์โด คาลาฟิออรี; นิโคโล บาเรลลา, ซานโดร โตนาลี, ดาวิเด ฟรัตเตซี; ซามูเอเล อินาซิโอ, ฟรานเชสโก ปิโอ เอสโปซิโต, จาโคโม ราสปาโดรี |
| เบลเยียม |
4-2-3-1 |
เซนเนอ ลัมเมนส์; ทิโมธี กาสตาญ, โคนี เดอ วินเทอร์, อาร์ตูร์ เตอาต, มักซิม เดอ เคาเปอร์; ยูริ ตีเลอมันส์, โรเมโอ ลาเวีย; โดดี ลูเกบากิโอ, เควิน เดอ บรอยน์, มิกา ก็อดต์ส; โรเมลู ลูกากู |
วิเคราะห์ราคาเอเชียนแฮนดิแคป
หน้าเสื่อเปิดให้อิตาลีต่อ 0-0.5 หรือราคา ปป. ซึ่งหมายความว่าอัซซูรี่ต้องชนะเท่านั้นจึงจะทำให้ท่านต่อกินเต็ม หากเกมจบเสมอท่านต่อจะเสียครึ่ง ขณะที่ผู้เลือกเบลเยียมในฐานะท่านรองจะกินครึ่งทันที
อิตาลีได้เปรียบทั้งสนามและสถิติการพบกัน แต่การขาดบาสโตนีและดิมาร์โกส่งผลต่อความต่อเนื่องของแนวรับ ขณะเดียวกันเกมรุกทำประตูเฉลี่ยเพียง 0.86 ลูกจากแปดนัดหลัง จึงยังไม่น่าไว้วางใจถึงขั้นแบกราคา ปป. ในเกมที่คู่แข่งมีเดอ บรอยน์กับลูกากูคอยสร้างความแตกต่าง
เบลเยียมอาจเป็นรองเรื่องสถิติการดวลกัน แต่ฟอร์มห้านัดล่าสุดแพ้เพียงครั้งเดียวและยิงรวม 13 ประตู เมื่อเทียบกับราคาพูลแล้วอยู่รองน่าลุ้นกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องบุกมาชนะ เสมอก็กินครึ่ง และดีไม่ดียังมีโอกาสฉวยจังหวะโต้กลับคว้าสามคะแนน
วิเคราะห์ราคาสูง–ต่ำ
ราคาสูง–ต่ำอยู่ที่ 2.5-3 ประตู แม้เบลเยียมมีสถิติยิงเฉลี่ยสูงและเพิ่งทำ 13 ประตูจากห้านัด แต่เกมนี้เป็นนัดแรกภายใต้ฟาน บอมเมล ขณะที่อิตาลีของมันชินีน่าจะเน้นรักษาสมดุลก่อนเป็นอันดับแรก
สถิติของอิตาลีจากแปดนัดหลังมีเกมที่สกอร์เกิน 2.5 ประตูเพียง 29% และสองนัดล่าสุดชนะด้วยสกอร์ 1-0 ทั้งคู่ เมื่อสกอร์หลักถูกวางไว้ที่ 1-1 รวมเพียงสองประตู ราคาต่ำ 2.5-3 จึงน่าสนใจกว่า หากจบตามคาดท่านต่ำกินเต็ม
ฟันธงก่อนเกม
🎯 ทีเด็ด: ปีศาจแดงแห่งยุโรปยันอยู่ รองเบลเยียม 0-0.5
🔮 สกอร์คาดการณ์: อิตาลี เสมอ เบลเยียม 1-1
⚽ สูง–ต่ำ: ต่ำ 2.5-3
💬 มองอย่างเซียน: ทั้งสองทีมเพิ่งเริ่มต้นกับกุนซือใหม่ รูปเกมจึงมีโอกาสสูสีและขาดความต่อเนื่อง อิตาลีได้เปรียบเสียงเชียร์ก็จริง แต่เกมรุกยังไม่ได้เด็ดขาดมากพอ เมื่อราคาเปิดต่อ ปป. อยู่รองเบลเยียมดีกว่า เจ๊าก็กินครึ่ง ดีไม่ดีมีลุ้นถึงสามแต้ม
⭐ ความมั่นใจ: ★★★☆☆