เชลซีหวังหยุดสะดุดในบ้านเมื่อรับมือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ไม่ชนะแปดนัด พาลเมอร์กลับมาช่วยแนวรุก ส่วนบรูโน่มีลุ้นคืนตัวจริง ครึ่งลูกใครน่าถือหาง #บ้านผลบอลวันนี้
⚽ คู่แข่งขัน: เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
วันที่แข่งขัน: วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2026
เวลาแข่งขัน: 19.30 น. ตามเวลาไทยและลาว
สนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 9
ราคาเอเชียนแฮนดิแคป: เชลซี ต่อ 0.5
ราคาสูง–ต่ำ: 3 ประตู
ราคา 1X2: เชลซี 1.90 / เสมอ 4.09 / แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4.09
ราคาสูง: 0.5 ลูก 1.00 / 1.5 ลูก 1.13 / 2.5 ลูก 1.52 / 3.5 ลูก 2.34 / 4.5 ลูก 3.87
ราคาต่ำ: 0.5 ลูก 11.60 / 1.5 ลูก 5.30 / 2.5 ลูก 2.54 / 3.5 ลูก 1.70 / 4.5 ลูก 1.26
ราคาทั้งสองทีมทำประตู: ยิงได้ทั้งคู่ 1.47 / มีอย่างน้อยหนึ่งทีมยิงไม่ได้ 2.53
ราคาพูลและราคาประตูเป็นข้อมูลชุดประกอบก่อนเกม อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยไม่มีค่าน้ำของแฮนดิแคป 0.5 และสูง–ต่ำ 3 ระบุไว้
เชลซีรับมือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันที่ทั้งสองทีมต้องการหยุดช่วงสะดุด เจ้าบ้านแพ้สเปอร์สก่อนตกรอบลีกคัพจากการดวลจุดโทษ ส่วนทีมเยือนไม่ชนะแปดนัดรวมทุกรายการ และสองเกมล่าสุดเสียรวมเจ็ดประตู แม้เชลซียังมีปัญหาเกมรับ แต่ฟอร์มของผู้มาเยือนก็ไม่ได้เปิดทางให้มั่นใจว่าจะเก็บแต้มกลับออกไปง่าย ๆ
อย่างไรก็ตาม การได้โคล พาลเมอร์พ้นแบนกลับมาเป็นตัวเลือกช่วยเพิ่มทางเข้าทำให้เชลซี โดยต้นฉบับคาดว่าเขาอาจยืนตัวกลางคอยเชื่อมกับเปโดร เนโต้และมอร์แกน โรเจอร์ส ขณะที่บรูโน่ แฟร์นันด์สมีแนวโน้มคืนตัวจริงให้แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้ทีมเยือนยังมีโอกาสสร้างจังหวะอันตรายใส่แนวรับเจ้าบ้านที่ต้องลุ้นความพร้อมของลาครัวซ์
เมื่อดูสถานการณ์ เชลซีอยู่อันดับห้า ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดรั้งที่สิบหกและเหนือพื้นที่ตกชั้นเพียงแต้มเดียว แต่ประวัติการพบกันเตือนให้เจ้าบ้านระวัง เพราะแพ้คู่นี้ทั้งสองเกมในลีกฤดูกาลก่อน มองแล้วเชลซีมีภาษีจากเกมรุกที่ได้พาลเมอร์กลับมา แต่โอกาสเบียดชนะดูใกล้เคียงกว่าการยิงขาด
ด้วยเหตุนี้ ราคาเชลซีต่อครึ่งลูกจึงยังน่าวัดใจท่านต่อ สกอร์หลักเชลซีชนะ 2-1 เทียบกับเรต 0.5 แล้วกินเต็ม ขอแค่เจ้าบ้านชนะสกอร์ใดก็ได้เฮ ส่วนท่านรองแมนฯ ยูไนเต็ดบวกครึ่งลูกจะกินเต็มเมื่อเสมอหรือชนะ หากทีมเยือนแพ้ตามสกอร์คาดการณ์จะเสียเต็ม
ส่วนสูง–ต่ำสามประตู แม้เกมรับทั้งคู่เปิดช่องให้ลุ้นประตู แต่สกอร์ 2-1 รวมสามลูกพอดีจึงคืนทุนทั้งสูงและต่ำ การต่อยอดไปหวังสี่ประตูยังไม่ชัดพอ มุมสูง–ต่ำยังไม่ชัด งดเลือกดีกว่า โดยราคาเส้น 2.5 ในรายการประกอบเป็นคนละเส้นกับราคา 3 ที่ใช้วิเคราะห์คู่นี้
🎯 ทีเด็ด: สิงห์บลูลุ้นคืนฟอร์ม ต่อเชลซี 0.5
🔮 สกอร์คาดการณ์: เชลซีชนะ 2-1
⚽ สูง–ต่ำ: งดเลือก ราคา 3 ประตู
💬 มองอย่างเซียน: พาลเมอร์กลับมาเพิ่มทางเลือกเกมรุก ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดเสียเจ็ดลูกในสองนัดหลัง ครึ่งลูกขอแค่เฉือนก็ได้เฮกินเต็ม กัดฟันต่อเชลซี แต่เผื่อใจให้แนวรับเจ้าบ้านไว้ด้วย
วันที่แข่งขัน: วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2026
เวลาแข่งขัน: 19.30 น. ตามเวลาไทยและลาว
สนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 9
ราคาเอเชียนแฮนดิแคป: เชลซี ต่อ 0.5
ราคาสูง–ต่ำ: 3 ประตู
สแตมฟอร์ด บริดจ์ เปิดรับเกมที่ทั้งเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างต้องการสามแต้มเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา เจ้าบ้านเพิ่งสะดุดสองรายการติด ส่วนทีมเยือนยังหาทางออกจากช่วงผลงานตกไม่เจอ แม้อันดับในลีกจะห่างกันถึงสิบเอ็ดตำแหน่ง แต่ความกดดันของสองกุนซือไม่ได้ต่างกันมากนัก ชาบี อลอนโซ่ต้องพาทีมตอบสนองให้ได้ ขณะที่ไมเคิล คาร์ริคต้องการผลการแข่งขันมาหยุดเสียงวิจารณ์
เชลซีเคยส่งสัญญาณดีด้วยการชนะบอร์นมัธ 5-1 และบุกชนะเอฟเวอร์ตัน 2-0 ยิงรวมเจ็ดประตูโดยเสียเพียงลูกเดียว ทว่าความต่อเนื่องกลับหายไปในเกมรับสเปอร์ส ทั้งที่มีจังหวะลุ้นจากโคล พาลเมอร์และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน สุดท้ายกลับเป็นความผิดพลาดหน้าประตูตัวเองที่เปิดทางให้คู่แข่งได้เปรียบ
อย่างไรก็ตาม เกมลีกคัพที่แอนฟิลด์ไม่ได้จบด้วยการแพ้ในเวลา เชลซีขึ้นนำจากจุดโทษของมอร์แกน โรเจอร์ส หลังมอยเซส ไกเซโด้ถูกทำฟาวล์ ก่อนเวสลีย์ โฟฟาน่าจะทำแฮนด์บอลจนลิเวอร์พูลได้จุดโทษตีเสมอ ทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้หลังจากนั้น และเชลซีตกรอบเมื่อแพ้การดวลจุดโทษ 5-6 จึงต้องแยกผลเสมอ 1-1 ออกจากผลตัดสินการเข้ารอบให้ชัด
ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเดินทางมาด้วยบาดแผลจากการแพ้บอร์นมัธคาบ้าน 0-3 ความพ่ายแพ้นั้นต่อจากเกมบุกแพ้โคโม่ 1-4 ทำให้สองนัดหลังเสียรวมเจ็ดประตู อีกทั้งภาพรวมยังไม่ชนะถึงแปดนัดรวมทุกรายการ และไม่ชนะหกนัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก การออกไปเยือนเชลซีจึงเป็นงานที่ต้องแก้ทั้งเรื่องผลการแข่งขันและความมั่นใจในคราวเดียว
เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน คู่นี้จึงมีทั้งโอกาสของเจ้าบ้านและช่องให้ทีมเยือนตอบโต้ เชลซีได้เล่นในสนามตัวเองและมีตัวสร้างเกมกลับมา แต่แมนฯ ยูไนเต็ดก็ชนะการพบกันสองนัดล่าสุดในลีก ไม่มีเหตุผลให้เจ้าถิ่นคิดว่างานจะง่ายตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก หากต้องเลือกทีมที่มีภาษีเบียดเข้าป้าย สกอร์หลักยังให้น้ำหนักเชลซีเฉือน 2-1
จุดที่ทำให้เชลซีน่าถือหางขึ้นมาคือการได้พาลเมอร์กลับมารับบอลในพื้นที่อันตราย เมื่อไม่มีชูเอา เปโดร ต้นฉบับจึงคาดว่าเขาอาจขยับไปยืนตัวกลางแบบถอยลงมาเชื่อมเกม โดยมีเปโดร เนโต้กับมอร์แกน โรเจอร์สอยู่ข้าง ๆ รูปแบบนี้เปิดทางให้แนวรุกสลับพื้นที่กันได้ แต่ยังเป็นการประเมินก่อนเกม ไม่ใช่ระบบที่ยืนยันจากรายชื่อตัวจริง
ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ ซึ่งมีอาการกล้ามเนื้อหลังต้นขาจากเกมลิเวอร์พูล หากไม่พร้อม โฟฟาน่ากับลีวาย โคลวิลล์มีแนวโน้มจับคู่กันตามชุดคาดการณ์ ส่วนไกเซโด้และมาโล กุสโต้ยังต้องดูความพร้อมหลังถูกเปลี่ยนออกกลางสัปดาห์ แม้อาการของทั้งคู่ไม่ได้ถูกระบุว่ารุนแรงเท่าลาครัวซ์ก็ตาม
ด้านแมนฯ ยูไนเต็ด การกลับมาของบรูโน่น่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจ่ายบอลให้เอ็มเบอโม่และมาเตอุส คุนญ่า โดยเฉพาะเมื่อเจ้าบ้านมีปัญหาเสียประตูอยู่แล้ว ต้นฉบับจึงยังมองว่าทีมเยือนสร้างโอกาสได้ แต่สิ่งที่ต้องตอบให้ได้ก่อนคือแนวรับจะลดความผิดพลาดจากสองเกมหลังลงมากเพียงใด เพราะเสียเจ็ดลูกในสองนัดทำให้แนวรุกต้องแบกงานหนักเกินไป
ด้วยเหตุนี้ รูปเกมที่คาดจึงเป็นเชลซีพยายามใช้การประสานงานของแนวรุกกดดัน ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดรอใช้จังหวะที่เจ้าบ้านเปิดพื้นที่กลับมาเล่นงาน ทั้งสองทีมมีเหตุผลให้มองถึงประตู แต่ยังไม่เห็นความแน่นอนมากพอจะคาดว่าใครจะชนะขาด ความเห็นหลักจึงอยู่ที่เจ้าบ้านเบียดชนะมากกว่าขึ้นนำแล้วปิดเกมสบาย
เมื่อดูจากราคาเชลซีต่อครึ่งลูก ท่านต่อไม่ต้องลุ้นส่วนต่างสองประตู ขอเพียงชนะก็รับเต็ม หากจบตามสกอร์ 2-1 ที่คาดไว้จะกินเต็ม ส่วนท่านรองแมนฯ ยูไนเต็ดบวกครึ่งลูกต้องการผลเสมอหรือชนะจึงจะกินเต็มเช่นกัน งานนี้เลือกต่อเพราะมุมชนะเฉือนสอดคล้องกับราคา แต่ต้องยอมรับว่าแนวรับเจ้าบ้านยังเปิดช่องให้เกมหลุดจากที่คิด
พอหันมาดูราคาพูล เชลซีชนะอยู่ที่ 1.90 ขณะที่เสมอกับแมนฯ ยูไนเต็ดชนะเท่ากันที่ 4.09 จึงเห็นน้ำหนักตลาดเทไปทางเจ้าถิ่น อย่างไรก็ตาม ราคาพูลไม่ได้รับรองผล ส่วนสูง–ต่ำสามประตูนั้น สกอร์ 2-1 อยู่ตรงเส้นคืนทุนพอดี แม้แนวรับทั้งคู่มีปัญหา ก็ยังไม่ใช่เหตุผลพอให้ไล่สูงโดยไม่สนราคา มุมสูง–ต่ำยังไม่ชัด งดเลือกดีกว่า
ชุดสถิติประกอบยังไม่รวมผลล่าสุดทั้งหมด จึงแยกออกจากแถวฟอร์มที่อัปเดต ลำดับผลอ่านจากซ้ายไปขวาตามชุดข้อมูล และไม่นับเกมที่ยังไม่แข่งขัน
| รายการ | เชลซี | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
|---|---|---|
| 15 นัดในชุดสถิติประกอบ | ชนะ 9 เสมอ 2 แพ้ 4 | ชนะ 4 เสมอ 5 แพ้ 6 |
| ลำดับ 15 นัดตามชุดสถิติ | ชนะ–ชนะ–แพ้–เสมอ–ชนะ–แพ้–ชนะ–ชนะ–ชนะ–ชนะ–เสมอ–ชนะ–แพ้–แพ้–ชนะ | แพ้–เสมอ–แพ้–เสมอ–เสมอ–แพ้–แพ้–ชนะ–เสมอ–ชนะ–แพ้–แพ้–ชนะ–เสมอ–ชนะ |
| 5 นัดในชุดสถิติประกอบ | ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 | ชนะ 0 เสมอ 3 แพ้ 2 |
| ลำดับ 5 นัดตามชุดสถิติ | ชนะ–ชนะ–แพ้–เสมอ–ชนะ | แพ้–เสมอ–แพ้–เสมอ–เสมอ |
| ชุดเกมเหย้าเชลซี / เกมเยือนแมนฯ ยูไนเต็ด | ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 0 | ชนะ 0 เสมอ 3 แพ้ 2 |
| ลำดับชุดเหย้า / เยือน | ชนะ–เสมอ–ชนะ–ชนะ–ชนะ | แพ้–เสมอ–แพ้–เสมอ–เสมอ |
| อันดับในลีกก่อนเกมตามต้นฉบับ | 5 | 16 |
| คะแนนหลังลงเล่น 8 นัดตามต้นฉบับ | 13 | 7 |
| 5 นัดล่าสุดที่อัปเดต นับผลในเวลา | ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 | ชนะ 0 เสมอ 2 แพ้ 3 |
| รายการ | เชลซี | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
|---|---|---|
| ประตูรวมมากกว่า 1.5 ลูก | 75% | 88% |
| ประตูรวมมากกว่า 2.5 ลูก | 63% | 50% |
| ประตูรวมมากกว่า 3.5 ลูก | 38% | 50% |
| ยิงเฉลี่ยต่อนัด | 2.00 | 1.88 |
| เสียเฉลี่ยต่อนัด | 1.38 | 1.50 |
ชุดประตูแปดนัดไม่ได้ระบุว่าครอบคลุมรายการใด จึงไม่ใช้แทนสถิติพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน ส่วนข้อมูลลีกในต้นฉบับระบุว่าเชลซีเสีย 15 ประตู และเสียเฉลี่ย 2 ประตูต่อเกมลีกในบ้าน
| วันที่ | รายการ | เจ้าบ้าน | สกอร์ | ทีมเยือน |
|---|---|---|---|---|
| 18 เมษายน 2026 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี | 0-1 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
| 20 กันยายน 2025 | พรีเมียร์ลีก | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | 2-1 | เชลซี |
| 16 พฤษภาคม 2025 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี | 1-0 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
| 3 พฤศจิกายน 2024 | พรีเมียร์ลีก | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | 1-1 | เชลซี |
| 4 เมษายน 2024 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี | 4-3 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
ห้านัดนี้ชนะทีมละสองครั้ง เสมอหนึ่งครั้ง ยิงทีมละเจ็ดประตู ทั้งสองทีมยิงได้สามนัด และมีประตูรวมมากกว่า 2.5 ลูกสองนัด โดยแมนฯ ยูไนเต็ดชนะการพบกันสองครั้งล่าสุด
| วันที่ | รายการ | สนาม | คู่แข่ง | สกอร์ของทีม | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 28 ตุลาคม 2026 | ลีกคัพ | เยือน | ลิเวอร์พูล | 1-1 | เสมอในเวลา / แพ้จุดโทษ 5-6 |
| 24 ตุลาคม 2026 | พรีเมียร์ลีก | เหย้า | ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ | 0-2 | แพ้ |
| 17 ตุลาคม 2026 | พรีเมียร์ลีก | เยือน | เอฟเวอร์ตัน | 2-0 | ชนะ |
| 10 ตุลาคม 2026 | พรีเมียร์ลีก | เหย้า | บอร์นมัธ | 5-1 | ชนะ |
| 18 กันยายน 2026 | พรีเมียร์ลีก | เยือน | เบรนท์ฟอร์ด | 0-3 | แพ้ |
เรียงจากล่าสุด สกอร์แสดงประตูของเชลซีก่อนทุกนัด รวมผลในเวลา ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิง 8 เสีย 7 ประตู โดยเกมลิเวอร์พูลจบเสมอก่อนแพ้จุดโทษ ไม่รวมประตูจากการดวลตัดสินในยอดยิง–เสีย
| วันที่ | รายการ | สนาม | คู่แข่ง | สกอร์ของทีม | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 25 ตุลาคม 2026 | พรีเมียร์ลีก | เหย้า | บอร์นมัธ | 0-3 | แพ้ |
| 21 ตุลาคม 2026 | แชมเปียนส์ลีก | เยือน | โคโม่ | 1-4 | แพ้ |
| 18 ตุลาคม 2026 | พรีเมียร์ลีก | เยือน | ลีดส์ ยูไนเต็ด | 1-1 | เสมอ |
| 13 ตุลาคม 2026 | แชมเปียนส์ลีก | เยือน | แอตเลติโก มาดริด | 0-2 | แพ้ |
| 10 ตุลาคม 2026 | พรีเมียร์ลีก | เหย้า | ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ | 1-1 | เสมอ |
เรียงจากล่าสุด สกอร์แสดงประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก่อนทุกนัด รวมไม่ชนะ เสมอ 2 แพ้ 3 ยิง 3 เสีย 11 ประตู
ผลห้านัดข้างต้นอัปเดตเพิ่มจากชุดประกอบเดิมของเชลซีที่เรียงเป็น ชนะเอฟเวอร์ตัน 2-0, ชนะบอร์นมัธ 5-1, แพ้เบรนท์ฟอร์ด 0-3, เสมอฮัลล์ ซิตี้ 2-2 และชนะลีดส์ ยูไนเต็ด 6-3 ส่วนชุดเดิมของแมนฯ ยูไนเต็ดเรียงเป็น แพ้โคโม่ 1-4, เสมอลีดส์ 1-1, แพ้แอตเลติโก มาดริด 0-2, เสมอสเปอร์ส 1-1 และเสมอฟูแล่ม 1-1 จึงไม่ควรใช้ชุดเดิมแทนฟอร์มล่าสุดก่อนเกม
| ทีม | นักเตะ | อาการหรือประเด็น | สถานะก่อนเกม |
|---|---|---|---|
| เชลซี | มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ | กล้ามเนื้อหลังต้นขา | เสี่ยงพลาดสูง ยังรอประเมินความรุนแรง |
| เชลซี | รีซ เจมส์ | เข่า | ยังบาดเจ็บตามต้นฉบับ |
| เชลซี | ชูเอา เปโดร | ต้นขา | พลาดเกมนี้ |
| เชลซี | เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ | ขากรรไกร | ยังบาดเจ็บตามต้นฉบับ |
| เชลซี | เจมี่ กิตเทนส์ | ข้อเท้า | ยังบาดเจ็บตามต้นฉบับ |
| เชลซี | มอยเซส ไกเซโด้ | มีอาการเล็กน้อยจากเกมลิเวอร์พูล | มีแนวโน้มพร้อม แต่ต้องประเมิน |
| เชลซี | มาโล กุสโต้ | ตะคริวจากเกมลิเวอร์พูล | มีโอกาสพร้อม |
| เชลซี | เป๊ป ชาบาร์เรีย | ไม่ระบุอาการ | อาจกลับมา ยังไม่ยืนยัน |
| เชลซี | โคล พาลเมอร์ | โทษแบนหนึ่งนัดจากใบเหลืองสองใบเกมสเปอร์ส | พ้นโทษแล้ว หลังพักเกมลีกคัพ |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | เบนยามิน เชชโก้ | หน้าแข้ง | ยังลงไม่ได้ |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | มานูเอล อูการ์เต้ | เอ็นเข่า | พักระยะยาว |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | ลุค ชอว์ | ไม่ระบุรายละเอียด | ยังเป็นผู้เล่นบาดเจ็บตามต้นฉบับ |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | แพทริค ดอร์กู | ต้นขาตามต้นฉบับ | ยังอยู่ในกลุ่มบาดเจ็บ |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | มาร์คัส แรชฟอร์ด | ยังไม่มีรายละเอียดอาการยืนยัน | มีภาพฝึกในยิม แต่ความพร้อมยังไม่ชัด |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | ค็อบบี้ เมนู | กลับจากการพักบาดเจ็บ | ซ้อมบางส่วนแล้ว ยังไม่ยืนยันว่าจะมีชื่อ |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | บรูโน่ แฟร์นันด์ส | ถูกพักเป็นสำรองนัดก่อน ไม่ใช่โทษแบน | มีแนวโน้มกลับมาเป็นตัวจริง |
ลาครัวซ์ยังไม่มีคำยืนยันถอนตัวจากสโมสร จึงแยกสถานะเสี่ยงพลาดออกจากผู้ที่หมดสิทธิ์แน่นอน ส่วนเมนูซ้อมได้บางส่วนยังไม่เท่ากับพร้อมเป็นตัวจริง ข่าวทีมที่ตรวจเพิ่มเติมไม่ได้ระบุผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ดที่พลาดนัดนี้เพราะโทษแบน
ระบบ 4-3-3 ตามชุดคาดการณ์ในต้นฉบับ
| ตำแหน่ง | นักเตะ |
|---|---|
| ผู้รักษาประตู | ไมค์ เพนเดอร์ส |
| แบ็กขวา | จอช อาเชียมปง |
| เซ็นเตอร์แบ็ก | เวสลีย์ โฟฟาน่า |
| เซ็นเตอร์แบ็ก | ลีวาย โคลวิลล์ |
| แบ็กซ้าย | ยอร์เรล ฮาโตะ |
| กองกลาง | จอร์แดน เฮนเดอร์สัน |
| กองกลาง | โรเมโอ ลาเวีย |
| กองกลาง | มอยเซส ไกเซโด้ |
| แนวรุกด้านขวา | เปโดร เนโต้ |
| กองหน้าตัวกลางถอยเชื่อมเกม | โคล พาลเมอร์ |
| แนวรุกด้านซ้าย | มอร์แกน โรเจอร์ส |
เทียบกับเกมลิเวอร์พูล โคลวิลล์มีแนวโน้มแทนลาครัวซ์ ฮาโตะคืนแบ็กซ้ายแทนกุสโต้ และพาลเมอร์แทนเวลเบ็ค โดยเพนเดอร์ส, อาเชียมปง, โฟฟาน่า, เฮนเดอร์สัน, ลาเวีย, ไกเซโด้, เนโต้ และโรเจอร์สอยู่ในชุดตัวจริงนัดล่าสุด
ระบบ 4-2-3-1 ตามชุดคาดการณ์ในต้นฉบับ
| ตำแหน่ง | นักเตะ |
|---|---|
| ผู้รักษาประตู | เซนเน่ ลัมเมนส์ |
| แบ็กขวา | นุสแซร์ มาซราวี |
| เซ็นเตอร์แบ็ก | แฮร์รี่ แม็กไกวร์ |
| เซ็นเตอร์แบ็ก | ลิซานโดร มาร์ติเนซ |
| แบ็กซ้าย | ดิโอโก้ ดาโลต์ |
| กองกลางตัวรับ | อันเดรย์ ซานโตส |
| กองกลางตัวรับ | การ์ลอส บาเลบา |
| แนวรุกด้านขวา | ไบรอัน เอ็มเบอโม่ |
| กองกลางตัวรุก | บรูโน่ แฟร์นันด์ส |
| แนวรุกด้านซ้าย | เมสัน เมาท์ |
| กองหน้า | มาเตอุส คุนญ่า |
เทียบกับเกมบอร์นมัธ ชุดนี้คาดว่ามาซราวี, มาร์ติเนซ, บรูโน่ และคุนญ่า จะเข้ามาแทนโยโร่, เฮเว่น, อาหมัด และตีเลอมันส์ พร้อมขยับเอ็มเบอโม่ออกด้านข้าง รายชื่อทั้งสองทีมยังเป็นการคาดการณ์ ต้องรอประกาศตัวจริงก่อนแข่งขัน
เลือกท่านต่อเชลซี 0.5 เพราะต้นฉบับยังให้น้ำหนักเจ้าบ้านเบียดชนะ และการได้พาลเมอร์กลับมาช่วยเพิ่มทางเลือกเข้าทำ ขณะที่แนวรับทีมเยือนเพิ่งเสียเจ็ดประตูในสองเกม สกอร์คาด 2-1 จึงเข้ากับเรตนี้โดยไม่ต้องหวังให้ยิงขาด
เชลซีชนะทุกสกอร์ ท่านต่อกินเต็ม หากเสมอหรือแมนฯ ยูไนเต็ดชนะ ท่านต่อเสียเต็ม ส่วนท่านรองแมนฯ ยูไนเต็ด +0.5 กินเต็มเมื่อเสมอหรือชนะ และเสียเต็มหากแพ้ เรตครึ่งลูกไม่มีผลกินครึ่งหรือเสียครึ่ง
ราคา 1X2: เชลซี 1.90 / เสมอ 4.09 / แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4.09
ราคาสูง: 0.5 ลูก 1.00 / 1.5 ลูก 1.13 / 2.5 ลูก 1.52 / 3.5 ลูก 2.34 / 4.5 ลูก 3.87
ราคาต่ำ: 0.5 ลูก 11.60 / 1.5 ลูก 5.30 / 2.5 ลูก 2.54 / 3.5 ลูก 1.70 / 4.5 ลูก 1.26
ราคาทั้งสองทีมทำประตู: ยิงได้ทั้งคู่ 1.47 / มีอย่างน้อยหนึ่งทีมยิงไม่ได้ 2.53
ราคาที่ระบุเป็นชุดประกอบก่อนเกม อาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีข้อมูลค่าน้ำของเชลซีต่อ 0.5 และสูง–ต่ำ 3 จึงไม่เติมตัวเลขส่วนนี้
แนวรับทั้งคู่มีช่องให้เสียประตู และสกอร์หลักเปิดทางให้ทั้งสองทีมยิงได้ แต่เชลซีชนะ 2-1 รวมสามลูกพอดี สูง 3 และต่ำ 3 จึงคืนทุนทั้งคู่ หากรวมตั้งแต่สี่ลูกขึ้นไปสูงกินเต็ม ต่ำเสียเต็ม หากรวมไม่เกินสองลูกต่ำกินเต็ม สูงเสียเต็ม มุมสูง–ต่ำยังไม่ชัด งดเลือกดีกว่า
🎯 ทีเด็ด: สิงห์บลูลุ้นคืนฟอร์ม ต่อเชลซี 0.5
🔮 สกอร์คาดการณ์: เชลซีชนะ 2-1
⚽ สูง–ต่ำ: งดเลือก ราคา 3 ประตู
💬 มองอย่างเซียน: พาลเมอร์กลับมาเพิ่มทางเลือกเกมรุก ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดเสียเจ็ดลูกในสองนัดหลัง ครึ่งลูกขอแค่เฉือนก็ได้เฮกินเต็ม กัดฟันต่อเชลซี แต่เผื่อใจให้แนวรับเจ้าบ้านไว้ด้วย
⭐ ความน่าสนใจ: ★★★☆☆ 3 จาก 5 — ราคาไปด้วยกันกับสกอร์คาด แต่แนวรับเชลซียังมีความเสี่ยง ดาวเป็นระดับความน่าสนใจ ไม่ใช่การรับรองผล