เชลซีเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์รับบอร์นมัธ หลังไม่ชนะในลีกสามนัดติด เกมรุกยังมีทีเด็ดแต่แนวรับเสียประตูต่อเนื่อง เช็กฟอร์ม ข่าวทีม และมุมรองครึ่งควบ #บ้านผลบอลวันนี้
⚽ คู่แข่งขัน: เชลซี พบ บอร์นมัธ เอเอฟซี
วันที่แข่งขัน: วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2026
เวลาแข่งขัน: 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทยและลาว
สนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 6
ราคาเอเชียน: เชลซี ต่อ 0.5–1 หรือ 0.75 ลูก
ราคาสูง–ต่ำ: 3–3.5 หรือ 3.25 ลูก
ราคา 1X2 ตามภาพ: เชลซี 1.79 / เสมอ 4.26 / บอร์นมัธ 4.52
ราคาสูงตามภาพ: 0.5 ลูก 1.02 / 1.5 ลูก 1.10 / 2.5 ลูก 1.44 / 3.5 ลูก 2.23 / 4.5 ลูก 3.40
ราคาต่ำตามภาพ: 0.5 ลูก 19.50 / 1.5 ลูก 5.10 / 2.5 ลูก 2.55 / 3.5 ลูก 1.77 / 4.5 ลูก 1.26
ราคาทั้งสองทีมทำประตูตามภาพ: ใช่ 1.47 / ไม่ใช่ 2.53 โดยภาพไม่ได้แสดงค่าน้ำสูง–ต่ำที่เส้น 3.25
เชลซีกลับมาเล่นในบ้านพร้อมโจทย์หยุดช่วงไร้ชัยในลีกสามนัด หลังแพ้อาร์เซน่อล เสมอฮัลล์ และโดนเบรนท์ฟอร์ดยิง 3–0 ขณะที่บอร์นมัธยังหาชัยชนะในลีกไม่เจอ แม้ห้านัดล่าสุดทุกรายการจะชนะสองครั้ง แต่ทั้งสองครั้งมาจากบอลถ้วย โมเมนตัมจึงยังไม่ได้เหนือกว่าเจ้าบ้านชัดเจน
อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้ท่านต่อคิดหนักคือเชลซีเสียอย่างน้อยสองประตูทุกนัดในลีกฤดูกาลนี้ เกมรุกมีคุณภาพก็จริง แต่เมื่อแนวรับเปิดโอกาสให้คู่แข่งอยู่เรื่อย ๆ การยิงนำจึงยังไม่ทำให้เกมจบง่าย บอร์นมัธมีช่องทางลุ้นประตู แม้การขาดอเล็กซ์ สก็อตต์จะกระทบทางเลือกแดนกลางก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ เกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์จึงมีโอกาสสูสีกว่าชื่อชั้น เชลซีต้องการสามแต้มเพื่อเรียกความมั่นใจ แต่ทีมเยือนเคยแบ่งแต้ม 2–2 ในสองครั้งล่าสุดที่มาเล่นสนามนี้ อีกทั้งพาลเมอร์ยังต้องประเมินความฟิต ส่วนชูเอา เปโดรอาจกลับมาไม่ทัน ทำให้ความพร้อมแนวรุกเจ้าบ้านยังมีคำถาม
เมื่อดูจากราคาเชลซีต่อครึ่งควบลูก มองแล้วท่านรองน่าอยู่กว่า เพราะสกอร์คาด 2–2 ทำให้รองบอร์นมัธ 0.75 กินเต็ม หากทีมเยือนแพ้เพียงลูกเดียวจะเสียครึ่ง ส่วนท่านต่อชนะลูกเดียวกินครึ่ง ต้องชนะห่างสองลูกขึ้นไปจึงกินเต็ม เกมรับเจ้าบ้านยังไม่นิ่งพอให้มั่นใจว่าจะทำระยะห่างได้ตามต้องการ
ส่วนสูง–ต่ำ 3.25 มีเหตุผลให้ถือหางสูง จากเชลซีห้านัดล่าสุดที่ประตูรวมเกิน 2.5 ทุกนัด และสกอร์คาด 2–2 ซึ่งรวมสี่ประตู หากจบตามนี้สูงกินเต็ม แต่หากมีเพียงสามประตูจะเสียครึ่ง จุดที่ต้องลุ้นจึงเป็นประตูที่สี่ ไม่ใช่เห็นสามเม็ดแล้วถือว่าได้เฮ
🎯 ทีเด็ด: เชอร์รีส์มีแต้มติดมือ รองบอร์นมัธ 0.5–1
🔮 สกอร์คาดการณ์: เชลซี เสมอ บอร์นมัธ 2–2
⚽ สูง–ต่ำ: สูง 3–3.5
💬 มองอย่างเซียน: เชลซีมีเกมรุกให้ลุ้น แต่แนวรับยังเสียประตูง่าย แบกครึ่งควบแล้วต้องหวังให้ชนะด้วย อยู่รองบอร์นมัธดีกว่า เสมอก็กินเต็ม ประวัติสองทริปล่าสุดที่จบ 2–2 ทำให้มุมแบ่งแต้มมีน้ำหนัก
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 6 | วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2026 เวลา 21.00 น. | สแตมฟอร์ด บริดจ์
ราคาเอเชียน: เชลซี ต่อ 0.5–1
ราคาสูง–ต่ำ: 3–3.5
ราคาพูลตามภาพ: เชลซีชนะ 1.79 / เสมอ 4.26 / บอร์นมัธชนะ 4.52
เชลซีเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์รับบอร์นมัธ เอเอฟซี ในวันที่สามแต้มมีความหมายกับทั้งสองทีม เจ้าบ้านอยู่อันดับ 10 และไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกสามนัดติดต่อกัน ส่วนทีมเยือนรั้งอันดับ 17 ยังปลดล็อกชัยชนะในลีกไม่ได้ เกมนี้จึงเป็นโอกาสเรียกความมั่นใจของชาบี อลอนโซ่ ขณะเดียวกันก็เป็นช่องให้มาร์โก โรเซ่พาทีมขยับพ้นช่วงเริ่มต้นที่อึดอัด ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องค้างคาให้สะสาง แต่เส้นทางไปถึงชัยชนะไม่ได้ง่ายสำหรับใคร
ย้อนดูช่วงเปิดฤดูกาล เชลซีมีเกมรุกที่ทำให้แฟนบอลลุกจากเก้าอี้ได้บ่อย พวกเขาต้องยิงสามประตูเพื่อเอาชนะฟูแล่ม ก่อนยิงอีกสี่ประตูในเกมผ่านไบรท์ตัน ความสามารถในการหาประตูเป็นจุดที่น่าชื่นชม แต่สกอร์เหล่านั้นก็ซ่อนคำถามเรื่องแนวรับเอาไว้ เพราะเมื่อคู่แข่งยิงคืนได้ตลอด เจ้าบ้านต้องออกแรงเพิ่มทุกครั้ง ความได้เปรียบที่สร้างขึ้นมาจึงยังไม่มั่นคง และไม่มีพื้นที่ให้ผ่อนเกมมากนัก
ภาพชัดที่สุดอีกนัดคือเกมลีกคัพกับลีดส์ ยูไนเต็ด เชลซีตกเป็นรอง 0–2 ก่อนพลิกกลับมาชนะ 6–3 เป็นชัยชนะที่สะท้อนทั้งพลังในการตอบโต้และปัญหาที่ทำให้ทีมต้องไล่ตามตั้งแต่ต้น อลอนโซ่ย่อมพอใจกับการกลับเข้าสู่เกม แต่การต้องยิงถึงหกประตูเพื่อพาทีมผ่านค่ำคืนหนึ่งไปได้ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะเมื่อฟุตบอลลีกให้เวลาพลาดน้อยลงเรื่อย ๆ
หลังแพ้อาร์เซน่อล 1–2 เชลซีทำได้เพียงเสมอฮัลล์ ซิตี้ 2–2 ในบ้าน เกมที่เริ่มด้วยจังหวะดีของเจ้าถิ่นกลับเปิดทางให้คู่แข่งมีโอกาสจนฮัลล์เองยังเสียดายที่ไม่ได้มากกว่าหนึ่งคะแนน จากนั้นการบุกแพ้เบรนท์ฟอร์ด 0–3 ก็ย้ำปัญหาเดิม แม้ช่วงครึ่งแรกจะควบคุมเกมได้มากขึ้น แต่เมื่อความผิดพลาดกลับมา ความเสียหายก็ตามมาเป็นชุด ช่วงพักทีมชาติจึงเป็นเวลาสำคัญให้อลอนโซ่ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น
ขณะที่บอร์นมัธยังไม่มีชัยชนะในลีกให้จับต้องได้ ผลงานนอกลีกกลับช่วยประคองบรรยากาศในทีมเอาไว้ พวกเขาบุกชนะเรอัล โซเซียดาด 2–1 ในยูโรปาลีก และถล่มลินคอล์น ซิตี้ 4–0 ในลีกคัพ โรเซ่จึงมีผลงานด้านบวกหลังเข้ามารับงานต่อจากอันโดนี่ อิราโอล่าที่ไปคุมลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม การแพ้ลิเวอร์พูล 0–1 ในนัดล่าสุดทำให้คำถามเรื่องชัยชนะพรีเมียร์ลีกนัดแรกยังอยู่ และเกมเยือนครั้งนี้ก็ไม่ได้ให้ทางออกง่าย ๆ
สิ่งที่ทำให้ทีมเยือนมีเหตุผลจะเชื่อมั่นคือผลงานการมาเล่นสนามแห่งนี้ สองทริปล่าสุดบอร์นมัธแบ่งแต้มกลับไปด้วยสกอร์ 2–2 ทั้งสองครั้ง แม้ภาพรวมสิบเกมหลังที่พบเชลซีจะไม่ชนะเลย แต่ครึ่งหนึ่งจบเสมอ และสามจากห้าครั้งที่แพ้ก็ห่างเพียงประตูเดียว สถิติจึงบอกถึงการแข่งขันที่มีช่องให้ลุ้น มากกว่าจะเป็นงานที่เจ้าบ้านปิดบัญชีได้ตามสะดวก
อย่างไรก็ดี ความพร้อมอาจทำให้รายละเอียดของเกมเปลี่ยนไป เชลซียังต้องประเมินพาลเมอร์ ไกเซโด้ และรีซ เจมส์ ส่วนชูเอา เปโดรมีปัญหาหัวเข่าจนอาจกลับมาไม่ทัน บอร์นมัธก็เสียอเล็กซ์ สก็อตต์จากอาการเจ็บต้นขา และยังมีผู้เล่นอีกหลายรายที่ไม่แน่ใจว่าจะพร้อม เมื่อทั้งคู่มีข้อจำกัดคนละด้าน เกมนี้จึงต้องวัดกันว่าทีมใดจะรักษาสมาธิและใช้โอกาสสำคัญได้ดีกว่า โดยเจ้าบ้านยังมีแรงกดดันจากการต้องกลับมาชนะให้ได้
เมื่อวางฟอร์มห้านัดล่าสุดลงข้างกัน เชลซีชนะสอง เสมอหนึ่ง แพ้สอง ส่วนบอร์นมัธชนะสอง เสมอสอง แพ้หนึ่ง ตัวเลขอาจทำให้ทีมเยือนดูนิ่งกว่าเล็กน้อย แต่ต้องแยกบริบทให้ครบ ชัยชนะของบอร์นมัธทั้งสองนัดมาจากบอลถ้วย ขณะที่เชลซีมีชัยชนะเหนือไบรท์ตันในลีกอยู่ในชุดนี้ด้วย จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าทีมเยือนเหนือกว่าด้านคุณภาพ สิ่งที่เห็นชัดกว่าคือทั้งคู่ยังหาจังหวะชนะในลีกช่วงล่าสุดไม่ได้
ปัญหาของเชลซีอยู่ตรงความสัมพันธ์ระหว่างเกมรุกกับเกมรับ ห้านัดล่าสุดยิง 13 ประตู แต่ก็เสีย 13 ประตูเช่นกัน การทำประตูได้มากจึงไม่ได้แปลว่าคุมเกมอยู่เสมอ ยิ่งเฉพาะสามนัดลีกล่าสุดที่ยิงสามและเสียเจ็ด ยิ่งเห็นว่าความหวือหวาช่วงต้นเริ่มช่วยทีมได้น้อยลง เกมนี้เจ้าบ้านมีโอกาสสร้างจังหวะเข้าทำ แต่การรักษาความได้เปรียบหลังยิงได้ยังเป็นโจทย์ใหญ่พอ ๆ กับการหาประตูแรก
รายชื่อคาดหมายวางเชลซีในระบบ 3–4–2–1 โดยมีพาลเมอร์กับมอร์แกน โรเจอร์สสนับสนุนแดนนี่ เวลเบ็ค ขณะที่โรเมโอ ลาเวียกลับมาอยู่ในคู่กลางร่วมกับจอร์แดน เฮนเดอร์สัน หากจัดตามนี้ได้ เจ้าบ้านยังมีผู้เล่นสำหรับเชื่อมเกมและสร้างโอกาสอยู่ครบหลายจุด แต่พาลเมอร์ยังต้องผ่านการประเมินความฟิต จึงไม่ควรมองแนวรุกชุดนี้ว่าได้รับการยืนยันแล้ว ส่วนการที่อลอนโซ่เคยใช้ทั้งหลังสามและหลังสี่ก็เปิดช่องให้มีการปรับอีกครั้ง
ทางบอร์นมัธคาดว่าจะให้ลูอิส คุ๊กเข้ามาแทนสก็อตต์ร่วมกับไทเลอร์ อดัมส์ในแดนกลาง แล้วใช้รายาน ไรอัน คริสตี้ และมาร์คัส ทาเวอร์เนียร์อยู่ด้านหลังเอวานิลซอน จุดที่น่าจับตาคือทาเวอร์เนียร์ซึ่งทำประตูในเกมเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้และนิวคาสเซิ่ลมาแล้ว หากยิงได้อีกจะเป็นสามเกมเยือนลีกติดต่อกันในฤดูกาลนี้ แต่การขาดสก็อตต์ก็ทำให้โรเซ่มีทางเลือกน้อยลง ไม่มีเหตุผลให้มองว่าทีมเยือนพร้อมเต็มกำลังเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สถิติเหย้าห้านัดล่าสุดของเชลซีที่ชนะสี่ เสมอหนึ่ง ยังเป็นน้ำหนักสำคัญของเจ้าบ้าน ส่วนบอร์นมัธนอกบ้านห้านัดชนะหนึ่ง เสมอสอง แพ้สอง ไม่ได้แข็งแกร่งจนมองข้ามความได้เปรียบสนามได้ง่าย ๆ จุดนี้ทำให้เกมยังมีโอกาสออกได้หลายหน้า แต่เมื่อเจาะเฉพาะการพบกัน เชลซีเสมอบอร์นมัธสามครั้งติดต่อกันแล้ว ความคุ้นเคยกับเกมสูสีคู่นี้จึงช่วยเพิ่มน้ำหนักให้มุมแบ่งแต้ม โดยไม่ได้ลบโอกาสชนะของเจ้าถิ่นทิ้ง
ด้วยเหตุนี้ ภาพที่คาดคือเชลซีสร้างโอกาสได้พอจะทำประตู แต่บอร์นมัธก็มีลุ้นตอบโต้ความผิดพลาดที่เจ้าบ้านยังแก้ไม่หมด สกอร์ 2–2 จึงสอดคล้องกับทั้งข้อดีของเกมรุกเชลซีและคำถามเรื่องแนวรับ พอเทียบกับราคาครึ่งควบลูก งานของท่านต่อไม่ได้จบแค่เล่นดูดีกว่า แต่ต้องเปลี่ยนเป็นชัยชนะจริง ขณะที่ท่านรองมีผลเสมอเป็นทางรับเต็ม และรูปเกมที่มีโอกาสยิงกันทั้งคู่ยังทำให้สูง 3.25 เป็นอีกมุมที่น่าสนใจ
| สถิติ | เชลซี | บอร์นมัธ |
|---|---|---|
| อันดับลีกตามต้นฉบับ | 10 | 17 |
| 15 นัดล่าสุด ชนะ–เสมอ–แพ้ | 8–2–5 | 6–6–3 |
| อัตราชนะ 15 นัดล่าสุด | 53.3% | 40% |
| 5 นัดล่าสุดทุกรายการ ชนะ–เสมอ–แพ้ | 2–1–2 | 2–2–1 |
| ลำดับ 5 นัดล่าสุด จากใหม่ไปเก่า | แพ้ / เสมอ / ชนะ / แพ้ / ชนะ | แพ้ / ชนะ / เสมอ / ชนะ / เสมอ |
| เหย้าเจ้าบ้าน / เยือนทีมเยือน 5 นัด | เหย้า: ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 0 | เยือน: ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 |
| ลำดับเหย้า / เยือน จากใหม่ไปเก่า | เสมอ / ชนะ / ชนะ / ชนะ / ชนะ | ชนะ / เสมอ / แพ้ / แพ้ / เสมอ |
| 3 เกมลีกล่าสุด ชนะ–เสมอ–แพ้ | 0–1–2 | 0–2–1 |
| ช่วงข้อมูลและสถิติ | เชลซี | บอร์นมัธ |
|---|---|---|
| 8 นัดล่าสุด ประตูรวมเกิน 1.5 | 100% | 100% |
| 8 นัดล่าสุด ประตูรวมเกิน 2.5 | 88% | 88% |
| 8 นัดล่าสุด ประตูรวมเกิน 3.5 | 63% | 50% |
| 8 นัดล่าสุด ยิงเฉลี่ยต่อนัด | 3.13 | 1.88 |
| 8 นัดล่าสุด เสียเฉลี่ยต่อนัด | 1.75 | 1.50 |
| 5 นัดล่าสุด ยิง / เสีย | 13 / 13 | 10 / 6 |
| 5 นัดล่าสุด ยิงเฉลี่ย / เสียเฉลี่ย | 2.60 / 2.60 | 2.00 / 1.20 |
| 5 นัดล่าสุด ทั้งสองทีมทำประตู | 4 จาก 5 นัด | 3 จาก 5 นัด |
| 5 นัดล่าสุด ประตูรวมเกิน 2.5 | 5 จาก 5 นัด | 4 จาก 5 นัด |
| 5 นัดล่าสุด ประตูรวมเกิน 3.5 | 3 จาก 5 นัด | 3 จาก 5 นัด |
สถิติ 8 นัดใช้ค่าที่ปรากฏในภาพ ส่วนสถิติ 5 นัดคำนวณจากผลการแข่งขันที่แสดง โดยเปอร์เซ็นต์ในภาพมีการปัดเศษ
| วันที่ | รายการ | เจ้าบ้าน | สกอร์ | ทีมเยือน |
|---|---|---|---|---|
| 30 ธันวาคม 2025 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี | 2–2 | บอร์นมัธ |
| 6 ธันวาคม 2025 | พรีเมียร์ลีก | บอร์นมัธ | 0–0 | เชลซี |
| 14 มกราคม 2025 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี | 2–2 | บอร์นมัธ |
| 14 กันยายน 2024 | พรีเมียร์ลีก | บอร์นมัธ | 0–1 | เชลซี |
| 19 พฤษภาคม 2024 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี | 2–1 | บอร์นมัธ |
ห้าครั้งล่าสุดเชลซีชนะสอง เสมอสาม ไม่แพ้ ยิงเจ็ดและเสียห้าประตู โดยสามครั้งหลังสุดจบเสมอทั้งหมด ส่วนสองเกมล่าสุดที่สแตมฟอร์ด บริดจ์จบ 2–2 เหมือนกัน
| วันที่ | รายการ | ผลการแข่งขัน | ผลของเชลซี |
|---|---|---|---|
| 18 กันยายน 2026 | พรีเมียร์ลีก | เบรนท์ฟอร์ด 3–0 เชลซี | แพ้ |
| 12 กันยายน 2026 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี 2–2 ฮัลล์ ซิตี้ | เสมอ |
| 9 กันยายน 2026 | ลีกคัพ | เชลซี 6–3 ลีดส์ ยูไนเต็ด | ชนะ |
| 6 กันยายน 2026 | พรีเมียร์ลีก | อาร์เซน่อล 2–1 เชลซี | แพ้ |
| 30 สิงหาคม 2026 | พรีเมียร์ลีก | เชลซี 4–3 ไบรท์ตัน | ชนะ |
| วันที่ | รายการ | ผลการแข่งขัน | ผลของบอร์นมัธ |
|---|---|---|---|
| 20 กันยายน 2026 | พรีเมียร์ลีก | บอร์นมัธ 0–1 ลิเวอร์พูล | แพ้ |
| 17 กันยายน 2026 | ยูโรปาลีก | เรอัล โซเซียดาด 1–2 บอร์นมัธ | ชนะ |
| 12 กันยายน 2026 | พรีเมียร์ลีก | บอร์นมัธ 2–2 เบรนท์ฟอร์ด | เสมอ |
| 8 กันยายน 2026 | ลีกคัพ | บอร์นมัธ 4–0 ลินคอล์น ซิตี้ | ชนะ |
| 5 กันยายน 2026 | พรีเมียร์ลีก | นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2–2 บอร์นมัธ | เสมอ |
| ทีม | นักเตะ | สถานะตามข้อมูลก่อนเกม |
|---|---|---|
| เชลซี | มาร์โก ปาเลสตร้า | กลับมาฝึกซ้อม มีโอกาสกลับมามีส่วนร่วม |
| เชลซี | เอ็มมานูเอล เอเมก้า | กลับมาฝึกซ้อม มีโอกาสเป็นทางเลือกในแนวรุก |
| เชลซี | มอยเซส ไกเซโด้ | ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องความพร้อม |
| เชลซี | รีซ เจมส์ | พลาดนัดล่าสุดกับเบรนท์ฟอร์ด ยังต้องประเมินก่อนเกมนี้ |
| เชลซี | โคล พาลเมอร์ | ต้องประเมินความฟิตหลังพลาดทีมชาติอังกฤษ |
| เชลซี | ชูเอา เปโดร | ปัญหาหัวเข่า พลาดนัดล่าสุดและอาจกลับมาไม่ทัน |
| บอร์นมัธ | อเล็กซ์ สก็อตต์ | บาดเจ็บต้นขา อาจพักถึงเดือนพฤศจิกายน |
| บอร์นมัธ | เอลี จูเนียร์ ครูปี | ยังบาดเจ็บ ต้นฉบับไม่ระบุอาการและกำหนดกลับมาชัดเจน |
| บอร์นมัธ | ฮูเลียน อาเราโฮ | บาดเจ็บต้นขา |
| บอร์นมัธ | จัสติน ไคลเวิร์ต | บาดเจ็บกล้ามเนื้อ |
| บอร์นมัธ | เวลจ์โก้ มิโลซาฟลเยวิช | ปัญหากล้ามเนื้อหน้าขา ยังไม่ยืนยันว่าจะพลาดเกม |
| บอร์นมัธ | อามีน อัดลี | ปัญหาน่อง ยังไม่ยืนยันว่าจะพลาดเกม |
| บอร์นมัธ | เดวิด บรู๊คส์ | ต้องรอความพร้อม ต้นฉบับไม่ระบุอาการ |
| ทั้งสองทีม | สถานะโทษแบน | ยังไม่มีรายชื่อผู้ติดโทษแบนที่ยืนยันได้จากข้อมูลชุดนี้ |
เชลซีต้องลุ้นความพร้อมของพาลเมอร์เป็นพิเศษ เพราะมีชื่ออยู่ในชุดคาดหมาย แม้พลาดทีมชาติอังกฤษไป ส่วนบอร์นมัธเสียสก็อตต์ซึ่งยังเป็นตัวจริงในเกมล่าสุดกับลิเวอร์พูล ข่าวบาดเจ็บก่อนเกมนี้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากทีมชุดก่อน ขณะที่ผู้เล่นในกลุ่มรอประเมินยังไม่ควรถูกนับว่าพร้อมลงสนามแน่นอน
| ทีมและระบบ | ตำแหน่ง | รายชื่อคาดหมาย |
|---|---|---|
| เชลซี 3–4–2–1 | ผู้รักษาประตู | เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ |
| เชลซี | กองหลัง | เวสลีย์ โฟฟาน่า, มักซ็องซ์ ลาครัวซ์, ลีไว โคลวิลล์ |
| เชลซี | วิงแบ็กและกองกลาง | เปโดร เนโต้, โรเมโอ ลาเวีย, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เป๊ป ชาวาร์เรีย |
| เชลซี | ตัวรุกหลังกองหน้า | โคล พาลเมอร์, มอร์แกน โรเจอร์ส |
| เชลซี | กองหน้า | แดนนี่ เวลเบ็ค |
| บอร์นมัธ 4–2–3–1 | ผู้รักษาประตู | จอร์เจ เปโตรวิช |
| บอร์นมัธ | กองหลัง | อดัม สมิธ, เจมส์ ฮิลล์, อันโตนิโอ ซิลวา, อาเดรียง ทรุฟแฟร์ |
| บอร์นมัธ | กองกลางคู่กลาง | ไทเลอร์ อดัมส์, ลูอิส คุ๊ก |
| บอร์นมัธ | แนวรุก | รายาน, ไรอัน คริสตี้, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ |
| บอร์นมัธ | กองหน้า | เอวานิลซอน |
ชุดคาดหมายเชลซีเปลี่ยนจากตัวจริงนัดล่าสุดหนึ่งตำแหน่ง โดยลาเวียเข้ามาแทนวาเลนติน บาร์โก้ ส่วนบอร์นมัธใช้คุ๊กแทนสก็อตต์ รายชื่อทั้งหมดเป็นการคาดการณ์ตามต้นฉบับ โดยการลงเล่นของพาลเมอร์ยังขึ้นอยู่กับความฟิต และแผนของอลอนโซ่อาจปรับได้อีกก่อนประกาศทีมจริง
เชลซีมีข้อได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน และสถิติเหย้าห้านัดล่าสุดก็ชนะถึงสี่ครั้ง แต่ราคาต่อ 0.75 ต้องการชัยชนะเป็นอย่างน้อย ขณะที่ฟอร์มลีกสามนัดหลังยังไม่ชนะใครและแนวรับเสียประตูต่อเนื่อง พอเอาสองเรื่องนี้มาชั่งกัน มองแล้วราคายังไม่น่าถือหางเจ้าถิ่นเต็มตัว บอร์นมัธไม่ได้อยู่ในฟอร์มยอดเยี่ยม แต่มีทางลุ้นแบ่งแต้มจากปัญหาที่เชลซียังแก้ไม่ตก
พอหันมาดูราคาพูล เชลซีชนะอยู่ที่ 1.79 เสมอ 4.26 และบอร์นมัธชนะ 4.52 ตามภาพ เจ้าบ้านยังถูกวางให้มีภาษีดีกว่า แต่การเป็นทีมที่มีโอกาสชนะมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะน่าต่อทุกเส้น สำหรับคู่นี้สกอร์คาดอยู่ที่ 2–2 จึงเลือกท่านรองให้สอดคล้องกับภาพเกม มากกว่าฝืนเชียร์เจ้าบ้านเพียงเพราะชื่อชั้น
รองบอร์นมัธ 0.75 แบ่งราคาเป็นรองครึ่งลูกและรองหนึ่งลูก หากบอร์นมัธชนะหรือเสมอจะกินเต็ม หากแพ้หนึ่งลูกจะเสียครึ่ง และแพ้ตั้งแต่สองลูกขึ้นไปเสียเต็ม ส่วนเชลซีต่อ 0.75 ชนะลูกเดียวกินครึ่ง ชนะห่างสองลูกขึ้นไปกินเต็ม หากเสมอหรือแพ้เสียเต็ม ดังนั้นผลคาด 2–2 ให้ท่านรองกินเต็ม และท่านต่อเสียเต็ม
มุมสูงมีข้อมูลรองรับจากเชลซีที่เสียอย่างน้อยสองประตูทุกนัดในลีกฤดูกาลนี้ และห้านัดล่าสุดทุกรายการมีประตูรวมเกิน 2.5 ครบทุกนัด ขณะที่บอร์นมัธเกินเส้นเดียวกันสี่จากห้านัด ส่วนประตูรวมเกิน 3.5 เกิดขึ้นสามจากห้านัดของทั้งคู่ ตัวเลขไม่ได้รับประกันว่าจะยิงกันถึงสี่ แต่เมื่อประกอบกับแนวรับเจ้าบ้านและสกอร์คาด 2–2 ก็ให้น้ำหนักสูง 3.25 มากกว่าต่ำ
สูง 3.25 แบ่งเป็นสูงสามลูกกับสูงสามลูกครึ่ง หากมีสี่ประตูขึ้นไปกินเต็ม จบสามประตูเสียครึ่ง และสองประตูหรือน้อยกว่าเสียเต็ม ดังนั้นสกอร์ 2–2 รวมสี่ประตูให้สูงกินเต็ม ส่วนต่ำ 3.25 เสียเต็ม ทั้งนี้ภาพมีค่าน้ำเส้น 2.5 และ 3.5 แต่ไม่มีค่าน้ำที่ 3.25 จึงเป็นการเลือกแนวโน้มประตูตามเส้นที่ให้มา ยังไม่สามารถเทียบผลตอบแทนของเส้นนี้ได้ครบ
🎯 ทีเด็ด: เชอร์รีส์มีแต้มติดมือ รองบอร์นมัธ 0.5–1
🔮 สกอร์คาดการณ์: เชลซี เสมอ บอร์นมัธ 2–2
⚽ สูง–ต่ำ: สูง 3–3.5
💬 มองอย่างเซียน: เกมรุกเชลซีมีของ แต่แนวรับยังเปิดโอกาสให้คู่แข่งบ่อย ครึ่งควบลูกจึงไม่ใช่งานเบาสำหรับท่านต่อ อยู่รองบอร์นมัธดีกว่า เสมอก็กินเต็ม สองครั้งล่าสุดที่สนามนี้จบ 2–2 มองแล้วมีลุ้นแบ่งแต้มอีกหน
⭐ ความน่าสนใจ: รองบอร์นมัธ 3/5 ดาว | สูง 3.25 จำนวน 3/5 ดาว
มุมรองสอดคล้องกับสกอร์คาดและปัญหาแนวรับเจ้าบ้าน แต่การขาดสก็อตต์กับสถิติเหย้าที่ดีของเชลซียังเป็นน้ำหนักอีกด้าน ส่วนสูงต้องลุ้นให้ถึงสี่ประตู ดาวจึงสะท้อนความน่าสนใจของมุมวิเคราะห์ ไม่ใช่การรับรองผล