ภาพรวมก่อนเกม
ริยาด แอร์ เมโทรโปลิตาโนเตรียมเปิดฉากมาดริดดาร์บีนัดสำคัญ เมื่อแอตเลติโก มาดริดของดีเอโก ซิเมโอเนต้องรับการมาเยือนของเรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของโชเซ มูรินโญ เจ้าถิ่นลงเล่นในลีกหกนัด ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 13 คะแนน รั้งอันดับ 4 ส่วนราชันชุดขาวเก็บ 15 คะแนน อยู่อันดับ 2 ตามหลังจ่าฝูงและแชมป์เก่าอย่างบาร์เซโลนาอยู่สามแต้ม ทำให้ผลการแข่งขันนัดนี้ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่หัวตาราง
แอตเลติโกเคยเจอช่วงเวลาหนักในช่วงต้นเดือนกันยายน เริ่มจากการบุกแพ้แอธเลติก บิลเบา 0-3 ในลาลีกา ก่อนออกไปพ่ายลิเวอร์พูล 1-2 ที่แอนฟิลด์ในแชมเปียนส์ลีก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการตอบสนองหลังความพ่ายแพ้สองนัดติดต่อกัน ตราหมีกลับมาเปิดเกมรุกได้อย่างเด็ดขาด ชนะเรอัล โซเซียดาด 3-0 และถล่มโอซาซูนา 4-0 เท่ากับว่าสองเกมล่าสุดยิงรวมเจ็ดประตูโดยไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว
เรอัล มาดริดเดินทางมาถึงเกมนี้หลังเอาชนะเอลเช 3-2 แบบต้องลุ้นจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อคาร์ลอส เอสปีทำประตูชัยช่วยให้ทีมเก็บสามคะแนนกลับออกมา ก่อนหน้านั้นพวกเขาเคยสะดุดแพ้เรอัล เบติส 0-1 แต่ตอบโต้ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการชนะอินเตอร์ มิลานในแชมเปียนส์ลีก ตามด้วยชัยชนะเหนือราโย บาเยกาโนและเอลเชในลีก ทำให้สามนัดล่าสุดลงเอยด้วยชัยชนะทั้งหมด
แม้ราชันชุดขาวยังไม่ได้เล่นอย่างไหลลื่นตลอดทุกช่วงของเกม แต่ความสามารถในการหาทางเก็บผลการแข่งขันยังเป็นจุดสำคัญ พวกเขาชนะถึง 12 จาก 15 นัดล่าสุดตามข้อมูลเปรียบเทียบ ขณะที่แอตเลติโกชนะเจ็ดนัดในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สนามแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ซึ่งเรอัล มาดริดจะเดินเข้ามาแล้วหยิบสามแต้มกลับออกไปง่าย ๆ เพราะเกมลีกที่นี่เมื่อฤดูกาลก่อน แอตเลติโกเคยถล่มคู่ปรับร่วมเมืองถึง 5-2
การพบกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมจบด้วยชัยชนะของเรอัล มาดริด 3-2 ส่วนห้านัดหลังสุดทุกรายการ ราชันชุดขาวชนะสามครั้ง แอตเลติโกชนะหนึ่งครั้ง และเสมอหนึ่งครั้ง ที่ชัดเจนกว่านั้นคือทั้งสองทีมทำประตูได้ครบทุกเกม โดยสี่จากห้านัดมีสกอร์รวมมากกว่า 2.5 ประตู ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าดาร์บีคู่นี้ไม่ได้มีเพียงการปะทะที่เข้มข้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เกมรุกของทั้งสองฝ่ายสร้างความแตกต่างได้เสมอ
แอตเลติโกต้องตรวจสภาพความฟิตของฮูเลียน อัลวาเรซ, ปาโบล บาร์ริออส และอเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ โดยเฉพาะอัลวาเรซที่พลาดลงเล่นสองนัดล่าสุดและยังไม่น่าพร้อมออกสตาร์ต ขณะที่เรอัล มาดริดไม่มีเอแดร์ มิลิเตา, โรดรีโก และแฟร์กล็องด์ เมนดี แต่จะได้เดนเซล ดุมฟรีส์กับจูด เบลลิงแฮมกลับมาอยู่ในทีมตัวจริง ส่งผลให้ทีมเยือนยังจัดขุมกำลังหลักได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง
บทวิเคราะห์ก่อนการแข่งขัน
จากรายชื่อที่คาด แอตเลติโกน่าจะเริ่มด้วยระบบ 4-4-2 วางโจนาธาน เดวิดกับอเดโมลา ลุคแมนเป็นคู่กองหน้า โดยมีอี คัง-อินและอเล็กซ์ บาเอนาช่วยขึ้นเกมจากแดนกลาง การไม่มีฮูเลียน อัลวาเรซในสภาพที่พร้อมเต็มร้อยอาจลดทางเลือกในแนวรุกไปบ้าง แต่ผลงานยิงเจ็ดประตูจากสองนัดล่าสุดยืนยันว่าผู้เล่นชุดปัจจุบันยังทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่เรอัล มาดริดมีแนวโน้มมาในระบบ 4-2-3-1 ใช้เฟเดริโก บัลเบร์เดกับโอเรเลียง ชูอาเมนีคุมพื้นที่กลางสนาม ส่วนอาร์ดา กือแลร์, จูด เบลลิงแฮม และวินิซิอุส จูเนียร์จะเล่นอยู่ด้านหลังคีลิยัน เอ็มบัปเป การกลับมาของเบลลิงแฮมช่วยเพิ่มตัวเลือกในพื้นที่หลังแนวรับเจ้าถิ่น ส่วนดุมฟรีส์น่าจะกลับมายืนแบ็กขวาแทนเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
จุดที่อาจตัดสินเกมอยู่ตรงการคุมพื้นที่แดนกลาง แอตเลติโกต้องรักษาสมดุลระหว่างการพาบอลขึ้นสนับสนุนกองหน้ากับการป้องกันแนวรุกหลายตำแหน่งของทีมเยือน หากเจ้าถิ่นเปิดพื้นที่มากเกินไป ผู้เล่นอย่างเบลลิงแฮม, วินิซิอุส และเอ็มบัปเปย่อมมีโอกาสเข้าไปสร้างปัญหา แต่หากตราหมีรักษาระยะของทีมได้ดีและเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูเหมือนสองนัดล่าสุด เกมจะกดดันเรอัล มาดริดไปจนถึงช่วงท้ายแน่นอน
สถิติแปดเกมล่าสุดช่วยให้เห็นความแตกต่างบางอย่าง แอตเลติโกยิงเฉลี่ย 1.38 ประตูและเสีย 1.50 ประตูต่อเกม ส่วนเรอัล มาดริดยิงเฉลี่ย 2.25 ประตูและเสียเพียง 0.63 ประตู ตัวเลขเกมรับของทีมเยือนจึงดูมั่นคงกว่า ขณะเดียวกันราชันชุดขาวก็มีค่าเฉลี่ยการทำประตูสูงกว่าชัดเจน นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ราคาพูลยกให้ทีมเยือนเป็นต่อ แม้ต้องมาเล่นในสนามของคู่ปรับร่วมเมือง
อย่างไรก็ดี สกอร์ระหว่างสองทีมมักไม่ขาดง่าย แม้เรอัล มาดริดจะชนะสามจากห้าครั้งล่าสุด แต่สองชัยชนะล่าสุดเกิดขึ้นด้วยผลต่างเพียงประตูเดียวทั้ง 3-2 และ 2-1 เมื่อประกอบกับฟอร์มในบ้านของแอตเลติโกที่ชนะสามจากห้านัดตามข้อมูลในภาพ รูปเกมจึงมีแนวโน้มสูสี เจ้าถิ่นน่าจะสร้างโอกาสทำประตูได้ แต่ความเด็ดขาดและความสม่ำเสมอของทีมเยือนอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนในจังหวะสำคัญ
เมื่อดูจากราคาเรอัล มาดริดต่อครึ่งลูก ท่านต่อต้องการเพียงชัยชนะไม่ว่าจะด้วยสกอร์ใดก็รับเต็มคำ หากยึดสกอร์คาดการณ์จากต้นฉบับที่เรอัล มาดริดบุกชนะ 2-1 ราคานี้ถือว่าผ่านได้พอดี แม้ต้องลุ้นกันเหนื่อยในเกมดาร์บี แต่ฟอร์มชนะสี่จากห้านัดล่าสุดและตัวเลขเกมรับที่เหนือกว่ายังทำให้ราชันชุดขาวน่าถือหางกว่าเล็กน้อย
สถิติเปรียบเทียบทั้งสองทีม
| รายการเปรียบเทียบ |
แอตเลติโก มาดริด |
เรอัล มาดริด |
| อันดับในลาลีกา |
อันดับ 4 |
อันดับ 2 |
| ผลงานในลีก |
ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 |
ชนะ 5 แพ้ 1 |
| คะแนน |
13 คะแนน |
15 คะแนน |
| ชัยชนะจาก 15 นัดล่าสุด |
7 นัด |
12 นัด |
| ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดที่อัปเดต |
ชนะ 3 แพ้ 2 |
ชนะ 4 แพ้ 1 |
| ผลงานเหย้า–เยือน 5 นัดตามภาพ |
เหย้า: เสมอ–ชนะ–ชนะ–ชนะ–แพ้ |
เยือน: แพ้–ชนะ–ชนะ–ชนะ–ชนะ |
สถิติการทำประตูจาก 8 นัดล่าสุด
| ทีม |
อย่างน้อย 2 ประตู |
อย่างน้อย 3 ประตู |
อย่างน้อย 4 ประตู |
ยิงเฉลี่ย |
เสียเฉลี่ย |
| แอตเลติโก มาดริด |
88% |
75% |
38% |
1.38 ประตู |
1.50 ประตู |
| เรอัล มาดริด |
75% |
75% |
25% |
2.25 ประตู |
0.63 ประตู |
ภาพรวมก่อนเกม
ริยาด แอร์ เมโทรโปลิตาโนเตรียมเปิดฉากมาดริดดาร์บีนัดสำคัญ เมื่อแอตเลติโก มาดริดของดีเอโก ซิเมโอเนต้องรับการมาเยือนของเรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของโชเซ มูรินโญ เจ้าถิ่นลงเล่นในลีกหกนัด ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 13 คะแนน รั้งอันดับ 4 ส่วนราชันชุดขาวเก็บ 15 คะแนน อยู่อันดับ 2 ตามหลังจ่าฝูงและแชมป์เก่าอย่างบาร์เซโลนาอยู่สามแต้ม ทำให้ผลการแข่งขันนัดนี้ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่หัวตาราง
แอตเลติโกเคยเจอช่วงเวลาหนักในช่วงต้นเดือนกันยายน เริ่มจากการบุกแพ้แอธเลติก บิลเบา 0-3 ในลาลีกา ก่อนออกไปพ่ายลิเวอร์พูล 1-2 ที่แอนฟิลด์ในแชมเปียนส์ลีก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการตอบสนองหลังความพ่ายแพ้สองนัดติดต่อกัน ตราหมีกลับมาเปิดเกมรุกได้อย่างเด็ดขาด ชนะเรอัล โซเซียดาด 3-0 และถล่มโอซาซูนา 4-0 เท่ากับว่าสองเกมล่าสุดยิงรวมเจ็ดประตูโดยไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว
เรอัล มาดริดเดินทางมาถึงเกมนี้หลังเอาชนะเอลเช 3-2 แบบต้องลุ้นจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อคาร์ลอส เอสปีทำประตูชัยช่วยให้ทีมเก็บสามคะแนนกลับออกมา ก่อนหน้านั้นพวกเขาเคยสะดุดแพ้เรอัล เบติส 0-1 แต่ตอบโต้ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการชนะอินเตอร์ มิลานในแชมเปียนส์ลีก ตามด้วยชัยชนะเหนือราโย บาเยกาโนและเอลเชในลีก ทำให้สามนัดล่าสุดลงเอยด้วยชัยชนะทั้งหมด
แม้ราชันชุดขาวยังไม่ได้เล่นอย่างไหลลื่นตลอดทุกช่วงของเกม แต่ความสามารถในการหาทางเก็บผลการแข่งขันยังเป็นจุดสำคัญ พวกเขาชนะถึง 12 จาก 15 นัดล่าสุดตามข้อมูลเปรียบเทียบ ขณะที่แอตเลติโกชนะเจ็ดนัดในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สนามแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ซึ่งเรอัล มาดริดจะเดินเข้ามาแล้วหยิบสามแต้มกลับออกไปง่าย ๆ เพราะเกมลีกที่นี่เมื่อฤดูกาลก่อน แอตเลติโกเคยถล่มคู่ปรับร่วมเมืองถึง 5-2
การพบกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมจบด้วยชัยชนะของเรอัล มาดริด 3-2 ส่วนห้านัดหลังสุดทุกรายการ ราชันชุดขาวชนะสามครั้ง แอตเลติโกชนะหนึ่งครั้ง และเสมอหนึ่งครั้ง ที่ชัดเจนกว่านั้นคือทั้งสองทีมทำประตูได้ครบทุกเกม โดยสี่จากห้านัดมีสกอร์รวมมากกว่า 2.5 ประตู ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าดาร์บีคู่นี้ไม่ได้มีเพียงการปะทะที่เข้มข้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เกมรุกของทั้งสองฝ่ายสร้างความแตกต่างได้เสมอ
แอตเลติโกต้องตรวจสภาพความฟิตของฮูเลียน อัลวาเรซ, ปาโบล บาร์ริออส และอเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ โดยเฉพาะอัลวาเรซที่พลาดลงเล่นสองนัดล่าสุดและยังไม่น่าพร้อมออกสตาร์ต ขณะที่เรอัล มาดริดไม่มีเอแดร์ มิลิเตา, โรดรีโก และแฟร์กล็องด์ เมนดี แต่จะได้เดนเซล ดุมฟรีส์กับจูด เบลลิงแฮมกลับมาอยู่ในทีมตัวจริง ส่งผลให้ทีมเยือนยังจัดขุมกำลังหลักได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง
บทวิเคราะห์ก่อนการแข่งขัน
จากรายชื่อที่คาด แอตเลติโกน่าจะเริ่มด้วยระบบ 4-4-2 วางโจนาธาน เดวิดกับอเดโมลา ลุคแมนเป็นคู่กองหน้า โดยมีอี คัง-อินและอเล็กซ์ บาเอนาช่วยขึ้นเกมจากแดนกลาง การไม่มีฮูเลียน อัลวาเรซในสภาพที่พร้อมเต็มร้อยอาจลดทางเลือกในแนวรุกไปบ้าง แต่ผลงานยิงเจ็ดประตูจากสองนัดล่าสุดยืนยันว่าผู้เล่นชุดปัจจุบันยังทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่เรอัล มาดริดมีแนวโน้มมาในระบบ 4-2-3-1 ใช้เฟเดริโก บัลเบร์เดกับโอเรเลียง ชูอาเมนีคุมพื้นที่กลางสนาม ส่วนอาร์ดา กือแลร์, จูด เบลลิงแฮม และวินิซิอุส จูเนียร์จะเล่นอยู่ด้านหลังคีลิยัน เอ็มบัปเป การกลับมาของเบลลิงแฮมช่วยเพิ่มตัวเลือกในพื้นที่หลังแนวรับเจ้าถิ่น ส่วนดุมฟรีส์น่าจะกลับมายืนแบ็กขวาแทนเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
จุดที่อาจตัดสินเกมอยู่ตรงการคุมพื้นที่แดนกลาง แอตเลติโกต้องรักษาสมดุลระหว่างการพาบอลขึ้นสนับสนุนกองหน้ากับการป้องกันแนวรุกหลายตำแหน่งของทีมเยือน หากเจ้าถิ่นเปิดพื้นที่มากเกินไป ผู้เล่นอย่างเบลลิงแฮม, วินิซิอุส และเอ็มบัปเปย่อมมีโอกาสเข้าไปสร้างปัญหา แต่หากตราหมีรักษาระยะของทีมได้ดีและเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูเหมือนสองนัดล่าสุด เกมจะกดดันเรอัล มาดริดไปจนถึงช่วงท้ายแน่นอน
สถิติแปดเกมล่าสุดช่วยให้เห็นความแตกต่างบางอย่าง แอตเลติโกยิงเฉลี่ย 1.38 ประตูและเสีย 1.50 ประตูต่อเกม ส่วนเรอัล มาดริดยิงเฉลี่ย 2.25 ประตูและเสียเพียง 0.63 ประตู ตัวเลขเกมรับของทีมเยือนจึงดูมั่นคงกว่า ขณะเดียวกันราชันชุดขาวก็มีค่าเฉลี่ยการทำประตูสูงกว่าชัดเจน นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ราคาพูลยกให้ทีมเยือนเป็นต่อ แม้ต้องมาเล่นในสนามของคู่ปรับร่วมเมือง
อย่างไรก็ดี สกอร์ระหว่างสองทีมมักไม่ขาดง่าย แม้เรอัล มาดริดจะชนะสามจากห้าครั้งล่าสุด แต่สองชัยชนะล่าสุดเกิดขึ้นด้วยผลต่างเพียงประตูเดียวทั้ง 3-2 และ 2-1 เมื่อประกอบกับฟอร์มในบ้านของแอตเลติโกที่ชนะสามจากห้านัดตามข้อมูลในภาพ รูปเกมจึงมีแนวโน้มสูสี เจ้าถิ่นน่าจะสร้างโอกาสทำประตูได้ แต่ความเด็ดขาดและความสม่ำเสมอของทีมเยือนอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนในจังหวะสำคัญ
เมื่อดูจากราคาเรอัล มาดริดต่อครึ่งลูก ท่านต่อต้องการเพียงชัยชนะไม่ว่าจะด้วยสกอร์ใดก็รับเต็มคำ หากยึดสกอร์คาดการณ์จากต้นฉบับที่เรอัล มาดริดบุกชนะ 2-1 ราคานี้ถือว่าผ่านได้พอดี แม้ต้องลุ้นกันเหนื่อยในเกมดาร์บี แต่ฟอร์มชนะสี่จากห้านัดล่าสุดและตัวเลขเกมรับที่เหนือกว่ายังทำให้ราชันชุดขาวน่าถือหางกว่าเล็กน้อย
สถิติเปรียบเทียบทั้งสองทีม
| รายการเปรียบเทียบ |
แอตเลติโก มาดริด |
เรอัล มาดริด |
| อันดับในลาลีกา |
อันดับ 4 |
อันดับ 2 |
| ผลงานในลีก |
ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 |
ชนะ 5 แพ้ 1 |
| คะแนน |
13 คะแนน |
15 คะแนน |
| ชัยชนะจาก 15 นัดล่าสุด |
7 นัด |
12 นัด |
| ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดที่อัปเดต |
ชนะ 3 แพ้ 2 |
ชนะ 4 แพ้ 1 |
| ผลงานเหย้า–เยือน 5 นัดตามภาพ |
เหย้า: เสมอ–ชนะ–ชนะ–ชนะ–แพ้ |
เยือน: แพ้–ชนะ–ชนะ–ชนะ–ชนะ |
สถิติการทำประตูจาก 8 นัดล่าสุด
| ทีม |
อย่างน้อย 2 ประตู |
อย่างน้อย 3 ประตู |
อย่างน้อย 4 ประตู |
ยิงเฉลี่ย |
เสียเฉลี่ย |
| แอตเลติโก มาดริด |
88% |
75% |
38% |
1.38 ประตู |
1.50 ประตู |
| เรอัล มาดริด |
75% |
75% |
25% |
2.25 ประตู |
0.63 ประตู |
ข่าวบาดเจ็บและติดโทษแบน
| ทีม |
นักเตะ |
อาการและสถานะ |
| แอตเลติโก มาดริด |
ฮูเลียน อัลวาเรซ |
บาดเจ็บกล้ามเนื้อ ต้องตรวจความฟิต พลาดสองนัดล่าสุด มีโอกาสเป็นสำรอง แต่ไม่น่าพร้อมออกสตาร์ต |
| แอตเลติโก มาดริด |
ปาโบล บาร์ริออส |
บาดเจ็บกล้ามเนื้อ ต้องตรวจความฟิตก่อนเกม |
| แอตเลติโก มาดริด |
อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ |
บาดเจ็บกล้ามเนื้อ ต้องตรวจความฟิตก่อนเกม |
| เรอัล มาดริด |
เอแดร์ มิลิเตา |
บาดเจ็บกล้ามเนื้อ หมดสิทธิ์ลงสนาม |
| เรอัล มาดริด |
โรดรีโก |
บาดเจ็บหัวเข่า หมดสิทธิ์ลงสนาม |
| เรอัล มาดริด |
แฟร์กล็องด์ เมนดี |
บาดเจ็บสะโพก หมดสิทธิ์ลงสนาม |
| ทั้งสองทีม |
นักเตะติดโทษแบน |
ต้นฉบับไม่ได้ระบุข้อมูลนักเตะติดโทษแบน |
11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
| ทีม |
ระบบ |
รายชื่อนักเตะ |
| แอตเลติโก มาดริด |
4-4-2 |
ยาน โอบลัค; มาร์กอส ยอเรนเต, คริสเตียน โรเมโร, โรบิน เลอ นอร์ม็องด์, อเลฆานโดร กริมัลโด; อี คัง-อิน, โกเก, จอห์นนี การ์โดโซ, อเล็กซ์ บาเอนา; โจนาธาน เดวิด, อเดโมลา ลุคแมน |
| เรอัล มาดริด |
4-2-3-1 |
ติโบต์ กูร์กตัวส์; เดนเซล ดุมฟรีส์, อิบราฮิมา โกนาเต, ดีน เฮาเซน, มาร์ก กูกูเรยา; เฟเดริโก บัลเบร์เด, โอเรเลียง ชูอาเมนี; อาร์ดา กือแลร์, จูด เบลลิงแฮม, วินิซิอุส จูเนียร์; คีลิยัน เอ็มบัปเป |
วิเคราะห์ราคาเอเชียนแฮนดิแคป
ราคาเปิดให้เรอัล มาดริดต่อ 0.5 หรือครึ่งลูก เป็นเรตที่บังคับให้ราชันชุดขาวต้องบุกชนะสถานเดียวจึงจะพาท่านต่อกินเต็ม หากเสมอหรือแพ้จะเสียเต็มทันที เมื่อเทียบกันด้านฟอร์ม ทีมเยือนชนะสี่จากห้านัดล่าสุด ขณะที่สถิติแปดเกมระบุว่าพวกเขายิงเฉลี่ย 2.25 ประตูและเสียเพียง 0.63 ประตู ดีกว่าแอตเลติโกซึ่งยิงเฉลี่ย 1.38 ประตูและเสีย 1.50 ประตู
อย่างไรก็ตาม แอตเลติโกเพิ่งชนะสองนัดรวดด้วยสกอร์ 3-0 และ 4-0 อีกทั้งเคยถล่มเรอัล มาดริด 5-2 ที่สนามแห่งนี้เมื่อฤดูกาลก่อน จึงไม่ใช่งานที่ท่านต่อจะลุ้นกันสบาย ๆ ถึงกระนั้น สกอร์คาดการณ์จากต้นฉบับให้เรอัล มาดริดชนะ 2-1 ซึ่งเพียงพอให้ราคาครึ่งลูกกินเต็ม บวกกับทีมเยือนมีสถิติเกมรับและความสม่ำเสมอที่เหนือกว่าเล็กน้อย งานนี้กัดฟันต่อราชันชุดขาว บุกเฉือนลูกเดียวก็ได้เฮเต็ม
วิเคราะห์ราคาสูง–ต่ำ
สถิติเกมรุกเปิดทางให้มองประตูกันได้ เพราะเกมของทั้งสองทีมมีอย่างน้อยสามประตูถึง 75% จากแปดนัดล่าสุดเท่ากัน ขณะที่การพบกันสี่จากห้าครั้งหลังสุดมีสกอร์รวมเกิน 2.5 ประตู และทั้งสองทีมต่างยิงประตูได้ครบทั้งห้านัด อย่างไรก็ดี ราคาหลักครั้งนี้ขยับสูงถึง 3–3.5 ซึ่งต่างจากราคา 2.5 ในข้อมูลประกอบ
เมื่อยึดสกอร์คาดการณ์ 1-2 จำนวนประตูรวมจะเท่ากับสามลูก หากเลือกต่ำ 3–3.5 เงินครึ่งหนึ่งที่ต่ำ 3 จะเจ๊าราคา ส่วนอีกครึ่งที่ต่ำ 3.5 จะกินเต็ม รวมผลเป็นกินครึ่ง ตรงกันข้าม หากเลือกสูง 3–3.5 ที่สกอร์รวมสามลูกจะเสียครึ่ง ด้วยเหตุนี้ มุมต่ำจึงได้เปรียบกว่าเมื่อเทียบกับเส้นราคาที่เปิดมา
ฟันธงก่อนเกม
🎯 ทีเด็ด: ราชันบุกเบียด กัดฟันต่อเรอัล มาดริด 0.5
🔮 สกอร์คาดการณ์: เรอัล มาดริด ชนะ 2-1
⚽ สูง–ต่ำ: ต่ำ 3–3.5
⭐ ความมั่นใจ: ⭐⭐⭐⭐☆ 4/5
💬 มองอย่างเซียน: แอตเลติโกกำลังมั่นใจและเล่นในบ้านจึงมีโอกาสยื้อเกมได้ถึงช่วงท้าย แต่เรอัล มาดริดมีฟอร์มสม่ำเสมอกว่าและตัวเลขเกมรับเหนือกว่า ครึ่งลูกขอแค่ราชันชุดขาวเฉือนก็ได้เฮกินเต็ม ส่วนสกอร์ 2-1 ทำให้ต่ำ 3–3.5 รับผลกินครึ่ง